กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2549
กิติพงศ์ มุตตามระ พร้อมลงสนามบัตรเครดิต
บริษัทแคปปิตอล โอเคถือเป็นบริษัทน้องใหม่ในวงการสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคที่มีอายุยังไม่ถึง 3 ปี แต่ด้านชื่อเสียงของบริษัท ต้องยอมรับว่า ติดตลาดและเป็นรู้จักของคนทั่วไปอย่างรวดเร็ว ในการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิตสิน เชื่อเพื่อการผ่อนชำระ
โดยเฉพาะบัตรเครดิต เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ แคปปิตอล โอเค ให้ความสำคัญ และคนที่เป็นหัวแรงใหญ่ของฝ่ายบัตรเครดิต ก็คือ กิติพงศ์ มุตตามระ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่หลายคนต้องจับตามอง
กิติพงษ์ เป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 5 คนของตระกูล มุตตามระ จบปริญญาตรี ด้านการตลาดจาก ABAC หลังจบปริญญาตรี ได้บินไปเรียนต่อระดับปริญญาโทร ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ที่สหรัฐอเมริกา ต่อจากนั้นก็บินกลับมาเมืองไทยเพราะต้องการมาทำงานเป็นนักการเมืองตามความใฝ่ฝันที่ตั้งใจเอาไว้แต่เนื่องจากครอบครัวไม่สนับสนุนเพราะต้องการให้มาช่วยธุรกิจในครอบครัวที่มีโรงแรมอยู่แล้ว
แต่ด้วยความที่ต้องการเป็นตัวของตัวเอง กิติพงศ์ จึงไม่ขอทำงานโรงแรมกับครอบครัว และปล่อยให้บรรดาพี่ๆ บริหารจัดการ ส่วนกิติพงศ์จึงหันมาทำงานด้านมาร์เก็ตติ้ง ให้กับบริษัท สยามกลการ โดยกิติพงศ์ใช้เวลาหาประสบการณ์ 1 ปีครึ่ง จากนั้นจึงหันมาร่วมงานกับ ซีพี ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่
กิติพงศ์ เล่าว่า การร่วมงานกับซีพีถือเป็นโอกาสที่ดีของตนเอง เพราะซีพีได้ส่งไปประจำที่แอฟริกาใต้ โดยให้เป็นตัวแทนการค้ามีหน้าที่รับผิดชอบด้านส่งออกและนำเข้า ช่วงนั้นถือว่าสนุกกับการทำงาน ได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
หลังจาก กิติพงษ์ได้ฝึกวิทยายุทธ์ที่ซีพีได้ เพียงแค่ 2 ปี ก็เริ่มเบนเข็มการทำงานอีกครั้งด้วยตัดสินใจเข้าร่วมงานกับ จีอี แคปปิตอล และนี่เองถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานด้านไฟแนนซ์ที่แรกของกิติพงศ์ โดยเขาได้รับบทบาทให้ดูแลงานด้านคอนซูเมอร์ไฟแนนซ์
กิติพงษ์ บอกว่า ที่จีอีเป็นสถานที่ทำงานที่ทำให้เขาได้เรียนรู้งานต่าง ๆ ได้มาก และทำให้กิติพงศ์ ค้นพบตัวเองว่าแท้ที่จริงเขาชื่นชอบงานด้านไฟแนนซ์มากกว่า
ประกอบกับกิติพงศ์เป็นคนหนุ่มไฟแรง และอายุอานามยังน้อย และไม่หยุดนิ่งในการเสาะแสวงหาประสบการณ์การทำงานใหม่ๆ เพราะหลังจากเขาได้ร่วมงานกับจีอีนานถึง 5 ปี จึงตัดสินใจย้ายสถานที่ทำงานมาอยู่ที่ซิตี้แบงค์อีก 2 ปี โดยหันมาจับงานด้านบัตรเครดิต ของไดเนอร์สคลับ เป็นหลักต่อจากนั้น กิติพงศ์ จึงมาร่วมงานกับแคปปิตอล โอเค และดูแลสายงานด้านบัตรเครดิตตั้งแต่เริ่มต้น
และต้องยอมรับว่า ตลอดเส้นทางที่กิติพงศ์เก็บเกี่ยวกประสบการณ์ก่อนเข้ามาร่วมงานในแคปปิตอล โอเค ถือเป็นครูชั้นเลิศ ประกอบกับ กิติพงศ์ เป็นคนมุมานะ และรักการเสาะแสวงหาการสร้างใบเบิกทาง หรือผลงานงานชิ้นโบแดงให้กับตัวเขาเอง นั่นก็คือ การผลักดัน บัตรเครดิตไทยแอร์เอเซีย ติดตลาดและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากนั้นก้าวต่อมา เขาก็ตอกย้ำถึงความสามารถด้วยการออกบัตรเครดิตแพลทินัมให้กับ แคปปิตอล โอเค ประสบผลสำเร็จอีกเช่นกัน
ความสำเร็จของกิติพงศ์ครั้งแล้วครั้งเล่าเกิดจากทัศนคติในการทำงานที่ต่างจากคนทั่วไป และผลจากที่กิติพงศ์ เป็นคนที่ชอบริเริ่มอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ชอบคิดนอกกรอบ ผสมผสานกับแคปปิตอล โอเค เปิดกว้างสำหรับคนรุ่นใหม่ไฟแรงเหล่านี้เอง จึงทำให้กิติพงศ์ มีอิสระในการคิด
การที่ผมได้เข้ามาร่วมงานกับแคปปิตอล โอเค ทำให้ผลคิดงานต่าง ๆออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่มีการควบคุม ทำให้มีความคิดเป็นอิสระสามารถคิดนอกกรอบได้เยอะมากเพราะต้องยอมรับว่า บัตรเครดิต มีการเปลี่ยนแปลงตลอด ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการคิดให้นอกกรอบ ต้องทำอะไรใหม่ ๆ ให้ความตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา กิติพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้กิติพงศ์ ยังเล่าด้วยว่าไม่เคยรู้สึกว่างานที่ทำอยู่มีความยากลำบาก และรู้สึกสนุกกับการทำงานโดยเฉพาะงานด้านมาร์เก็ตติ้งบัตรเครดิต
|
|
เขาบอกกอีกว่าเวลาทำงานได้ยึดหลักการทำงานที่เรียบง่าย คือ พยายามเข้าใจตลาด เข้าใจลูกค้า ควรมองว่าลูกค้าต้องการอะไร เวลาออกผลิตภัณฑ์จึงต้องให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
เราต้องยึดว่าลูกค้า คือ โจทย์ที่สำคัญอันดับแรกเพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องโฟกัสไปที่ลูกค้าและที่ผ่านมา การออกบัตรเครดิตกรณีของไทยแอร์เอเชีย ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเพราะถือว่าตรงกับความต้องการของลูกค้า เพราะบางครั้งตลาดระดับนี้ ผู้ประกอบการบางรายอาจไม่สนใจ แต่สำหรับ แคปปิตอล โอเค ถือว่าเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา
กิติพงศ์ ยังเล่าต่อว่าการที่ แคปปิตอล โอเค มีบัตรเครดิตขึ้นมา ทำให้โอเคมีบริการที่ครบวงจร เพราะมีทั้งเงินกู้ เงินผ่อน และบัตรเครดิต
ดังนั้นสิ่งสำคัญในหน้าที่ของกิติพงศ์ จากนี้ไปคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา และการหาสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง เช่นการจัดรายการส่งเสริมการขายสะสมคะแนน เพื่อแลกกับค่าโทรศัพท์ เอไอเอส ซึ่งเป็นรายการส่งเสริมการขายที่ได้เริ่มไปเมื่อพฤษภาคม ที่ผ่านมาโดยที่ลูกค้าไม่ต้องรอสะสมคะแนนไว้สูง
มากนัก ก็สามารถใช้สิทธิแลกได้ทันที
เขามองว่าธุรกิจรีเทลไฟแนนซ์ หรือคอนซูเมอร์ไฟแนนซ์ ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกจำนวนมาก มีตลาดรองรับได้อีกเยอะเพราะฉะนั้นยังมีแนวคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง
ผมยังชอบและสนุกกับการทำงานด้านนี้อยู่เพราะงานบัตรเครดิต เป็นที่ได้รับมอบหมายและเป็นงานที่ตรงกับใจ เพราะได้เห็นอิมแพ็คใหม่ๆ ได้เห็นอิมแพ็คเร็ว วัดผลได้เร็ว ลูกค้าชอบเราก็ดีใจ
นอกจากนี้ กิติพงศ์ ยังยอมรับว่าธุรกิจบัครเครดิต เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก และคู่แข่งที่อยู่มานานแล้ว สามารถใช้ฐานลูกค้าที่มีอยู่เป็นเครื่องมือในการต่อรองได้ ขณะที่ โอเค เป็นบริษัทใหม่ อำนาจการต่อรองจึงน้อยกว่า ทำให้สู่คู่แข่งได้น้อย
เวลาทำงานต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ แต่หลังจากเลิกงานก็จะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ทำให้เขาเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงจำนวนมากและการที่ได้สังสรรค์กับเพื่อนๆ ทำให้บางครั้งได้แลกเปลี่ยนความคิด ได้เห็นมุมมองของคนหลายคน ได้เปรียบเทียบวิธีการแก้ไขปัญหาของแต่ละคน ได้เจอแนวคิดที่หลากหลายและที่สำคัญได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และยังทำให้ตัวเองมีความคิดและมีมุมมองที่กว้างไม่เป็นคนที่ยึดติดอยู่กับกรอบ ซึ่งการคบคนเยอะๆ จะทำให้ได้มุมมองที่เยอะกลับคืนมาเช่นกันทำให้เปิดรับความคิดได้ตลอดเวลา
กิติพงศ์ บอกว่า คติในการทำงานของเขา คือ ทำงานให้หนักเอาไว้ ให้สนุกกับการทำงานแล้ว ความคิดจะออกมาเอง โดยต้องทำงานที่ชอบ ทำงานที่ตัวเองรัก ทุกวันที่กลับบ้าน ก็ไม่นำเรื่องงานไปคิด พอตื่นเช้ามาทำงานก็สนุก มีความสุขกับการทำงาน
จากนี้ไปก็ต้องเฝ้าติดตามกันต่อไปว่ากิติพงศ์ จะเป็นผู้นำพาธุรกิจบัตรเครดิตของ โอเค ไปถึงจุดมุ่งหมายที่เขาวาดฝันไว้ได้มากน้อยแค่ไหน และสามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างไร ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นทุกวัน ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ก็เพิ่มขึ้นทุกขณะและนี่คือสิ่งที่ท้าทายและเป็นหน้าที่หลักที่เขาต้องเผชิญกับคู่แข่งขัน
|