เตรียมความพร้อมเท 30 ล. ปิดเอแบค บางนาจัดงาน
ต้องถือว่าการเป็นเจ้าภาพการจัด การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการจัดงาน ครั้งใหญ่ที่สุด ของเอแบค ในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยใช้งบประมาณ ในการจัดการแข่งขัน ทั้งหมดกว่า 30 ล้านบาท โดยในช่วงระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2550 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2551 ที่มีการจัดการแข่งขัน มหาวิทยาลัย จะปิดวิทยาเขตสุวรรณภูมิ
โดยในวันที่ 28 ธันวาคมจะมีพิธีต้อนรับ อย่างเป็นทางการ ที่วิทยาเขตสุวรรณภูมิ โดยระหว่างวัน จะเป็นการแข่งขันโต้วาที รอบมือเก่าระดับโลก (master round) และทำการแข่งขัน รอบคัดเลือก 3 วัน วันละ 3 รอบ ระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม 2550 ก่อนจะประกาศ ผลการแข่งขัน ผู้เข้ารอบ 32 ทีม (จาก 400 ทีม) หลังเที่ยงคืน วันสิ้นปีเก่า 31 ธันวาคม 2550 ที่สวนสยาม ก่อนที่จะเริ่ม การแข่งขันรอบสุดท้าย ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ จอมเทียน ระหว่างวันที่ 2-3 มกราคม 2551 และทำการแข่งขันรอบ ชิงชนะเลิศ (grand1 final) ที่โรงละครอลังการ พัทยา
"บัญชา" กล่าวว่า ในการจัดงานครั้งนี้มหาวิทยาลัย เตรียมพร้อม โดยจะปิดทำการมหาวิทยาลัย วิทยาเขตสุวรรณภูมิ และให้ นักศึกษา ย้ายออกจากหอพักชั่วคราว เพื่อที่จะใช้หอพักนักศึกษา ทั้งหมดรองรับผู้เข้าพัก ขณะเดียวกัน ก็จะให้ความสำคัญ ในเรื่องความปลอดภัย เพราะมีนักศึกษาจำนวนมาก จากต่างประเทศ และมีความหลากหลาย ซึ่งหลายประเทศ นั้นมีความอ่อนไหว ในงานครั้งนี้นักศึกษากว่า 200 คนของมหาวิทยาลัย จะเป็นผู้เตรียมงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ในทางอ้อมและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้นักศึกษา
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับชมการแข่งขันได้ตามสถานที่ในวัน เวลาที่กำหนด
เอแบค ดึง "เวิร์ล อีเวนต์" "โต้วาที ม.โลก" ย้ำจุดแข็ง "ม.นานาชาติ"
แม้ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จะไม่ค่อยเน้นหนักมากนัก เรื่องการโฆษณา การตลาด และการประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อ ด้วยความที่ครองเบอร์ 1 มายาวนาน เพราะความที่มีจุดแข็ง คือการเป็นมหาวิทยาลัย ที่มีการเรียนการสอน ในหลักสูตรนานาชาติ และใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการเรียน แต่กระนั้น ภราดร ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ก็เคยกล่าวยอมรับว่า แม้จะยังมีนักศึกษา เข้ามาสมัครมากเกินกว่า ที่มหาวิทยาลัยจะยอมรับได้ แต่ด้วยการแข่งขัน ที่มีสูง ทำให้วันนี้ อัตราส่วน ผู้สมัครกับผู้ได้เข้าเรียน มีอัตราลดลง
ในช่วงไม่นานมานี้ จึงเห็นถึงความเคลื่อนไหว ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปรากฏผ่านสื่อมากขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งล่าสุด ที่มีโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ดูเหมือน เป็นการตอกย้ำแบรนด์ ของมหาวิทยาลัย ในการเป็นสถาบันการศึกษา ที่มีนักศึกษาต่างชาติ จากนานาประเทศมากที่สุด โดยระบุว่ามีจำนวนมากถึง 2,200 คนจาก 76 ประเทศ และมีผู้สอน เป็นอาจารย์จากต่างประเทศกว่า 380 คนจาก 40 ประเทศ
ล่าสุดมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญสามารถดึง "เวิรลด์ อีเวนต์" ของมหาวิทยาลัยระดับโลก โดยเป็นเจ้าภาพในนามประเทศไทย จัดการ แข่งขันโต้วาทีมหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 28 (28 World Universities Debating Championships) ในชื่อ Assumption World 2008 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2550-5 มกราคม 2551 ที่มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ โรงแรม แอมบาสซาเดอร์ซิตี้ พัทยา และโรงละครไทย อลังการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของไทยที่เป็น เจ้าภาพและถือเป็นประเทศที่ 4 ในเอเชีย โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ฉะนั้นงานนี้ย่อมไม่ธรรมดา เพราะการแข่งขันโต้วาทีมหาวิทยาลัยโลกนั้น ในทางศักดิ์ศรีเทียบ ได้กับเวทีกีฬามหาวิทยาลัยโลก ที่ไทยเพิ่งเป็นเจ้าภาพจบลงไป โดยถือเป็น "เวิรลด์ อีเวนต์" ในแวดวงมหาวิทยาลัยในด้านวิชาการ
ย้ำแบรนด์ ม.นานาชาติ
การได้รับเลือก ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ในครั้งนี้ โดยได้รับการอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์ จากสภาโต้วาทีมหาวิทยาลัยโลก (World Universities Championships) โดยเฉือน เอาชนะมหาวิทยาลัยลอนดอน ซึ่งเป็นหนึ่งใน ผู้เสนอชิงเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขัน อย่างขาดลอย จึงถือเป็นบันไดสำคัญ และเป็นการตอกย้ำแบรนด์ ความเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติ ไม่เพียงแต่ กับคนไทย แต่ยังหมายถึงการสร้างการรับรู้ ของนักศึกษาและอาจารย์ จากมหาวิทยาลัย ทั่วโลก
"การเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันโต้วาทีมหาวิทยาลัยโลกในครั้งนี้ เท่ากับเป็นการ ตอกย้ำ ความเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติ ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียว ในไทยที่มีนักศึกษา เข้าเรียนมากที่สุด" "สรรเสริญ กาญจน์เกียรติกุล" กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ็คเซส แอนด์ แอสโซซิเอท จำกัด ในฐานะที่ปรึกษา ด้านประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าว
สัมผัสอนาคตผู้นำ
สำหรับการจัดการแข่งขันครั้งนี้ จะมีตัวแทนซึ่งเป็นนักโต้วาที เข้าร่วมแข่งขันจาก 50 ประเทศ ทั่วโลก กว่า 2,000 คน ที่สำคัญงานนี้จะเป็นงานที่มี มหาวิทยาลัย ชั้นนำ ของโลก เข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก อาทิ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัย เคมบริดจ์ มหาวิทยาลัยเยล มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด ฯลฯ เพราะถือได้ว่ากิจกรรม การโต้วาที เป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญ ว่ากัน ว่า ในมหาวิทยาลัย อย่างเคมบริดจ์นั้น มีชมรมโต้วาทีที่ใหญ่มาก รวมถึงเป็น วัฒนธรรม ที่สำคัญของนักศึกษา ในมหาวิทยาลัย ระดับแนวหน้าของโลก เนื่องจาก ว่าการโต้วาที นั้นเป็นการฝึกคิด ที่ผ่านมา ผู้นำคนสำคัญของโลก อย่าง "โคฟี่ อันนัน" อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ "โทนี่ แบลร์" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ "บิลล์ คลินตัน" อดีตประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ล้วนแล้วแต่เป็นนักโต้วาที มือฉกาจ ใน ระดับ มหาวิทยาลัยมาแล้วทั้งสิ้น |

และนี่เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ในฐานะผู้จัดการแข่งขันเห็นว่า การดึงนักศึกษา ระดับแถวหน้าของโลก มาในไทยจะส่งผลดี ในระยะยาว หากพวกเขา จะมีความเข้าใจ ความเป็นไทย และคนไทยในระดับที่ดีขึ้น เพราะไม่เพียงการได้มาสัมผัส ประเทศไทยจริงๆ ในช่วงเดินทางมาแข่งขัน ขณะเดียวกันผู้เข้าแข่งขัน ต้องศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับประเทศไทย ทั้งในประเด็นเศรษฐกิจ การเมือง สังคม เพราะว่าในหัวข้อโต้วาที จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นประเด็น ที่จะหยิบยกจากท้องถิ่น
เรื่องนี้ "บัญชา สกุลดี" รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า การที่ตัวแทน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งจะกลายเป็นคนแนวหน้า ของโลกมีโอกาส เข้ามาแข่งขันในไทย ถ้าเขามีความประทับใจ ความเป็นไทย รู้จักประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ จะสร้างโอกาสที่ดี กับไทยในอนาคต เพราะผู้นำคนสำคัญๆ ของโลกในปัจจุบัน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักโต้วาทีทั้งสิ้น
ปลุกกระแสสร้างวิธีคิดเด็กไทย
ขณะเดียวกันประโยชน์ อีกเรื่องหนึ่งคือการกระตุ้น ให้เด็ก และเยาวชนไทย มีความตื่นตัว ในการทำกิจกรรม ในลักษณะนี้ โดยกิจกรรม ที่จะทำควบคู่ ไปกับการแข่งขัน ในช่วงก่อน การแข่งขัน จะเริ่มต้นขึ้น มหาวิทยาลัย จะฝึกอบรมครู ระดับมัธยมศึกษา และนักเรียน ระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้ฝึกตัดสินในการโต้วาที เพื่อจะเป็นการฝึก ให้เขาฟังและดู การแข่งขันรู้เรื่อง และเชื่อว่า จะกลายเป็นแรงบันดาลใจ ให้สนใจเรื่องนี้ และก้าวเข้ามา เป็นนักโต้วาที เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย
เพราะปัจจุบัน การโต้วาที ที่ว่ายังไม่ได้รับความนิยม ในหมู่นักศึกษาไทย ขณะเดียวกัน การได้รับการสนับสนุน จากทั้งภาครัฐ และสถาบันการศึกษา เองยังมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย อย่างเกาหลี ที่วันนี้มาแรงมาก โดยรัฐบาล ให้การสนับสนุน และมีการส่งเสริม กันตั้งแต่ ในชั้นระดับประถมศึกษา โดยรัฐบาล ทุ่มงบประมาณ ในการสร้าง "อิงลิช ทาวน์" เพื่อให้เด็กฝึกภาษาอังกฤษ แม้เพิ่งเริ่มต้นไม่กี่ปี แต่ปัจจุบัน สามารถก้าวขึ้นมา ยืนเทียบกับประเทศใหญ่ๆ ในโลกได้ โดยใช้เวลาเพียง 4 ปี
เหตุที่ทำให้หลายประเทศ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะการโต้วาที เป็นการฝึกแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า และการฝึกคิดที่ดี
"ในไทยเราอาจจะคุ้นเคย กับการโต้วาที แบบที่มีการกำหนดหัวข้อก่อน และแบ่งออกเป็น 2 ทีม แต่ในการโต้วาที ในรูปแบบการแข่งขัน ในระดับโลกนั้น จะเป็นการโต้วาท ีแบบพิเศษ ซึ่งยากกว่าการโต้วาทีทั่วไป โดยนักโต้วาที จะรู้ญัตติ ที่จะใช้ในการโต้ และรู้ว่าตัวเอง ต้องอยู่ฝ่ายไหน ในเวลาเพียง 15 นาทีก่อนการแข่งขัน ฉะนั้นทำให้นักโต้วาทีเหล่านี้ ต้องทำการบ้าน อย่างมาก ทั้งในประเด็นระดับโลก และประเด็นระดับท้องถิ่น ในการแข่งขัน จะเป็นการโต้วาทีทีมละ 2คน ครั้งละ 4 ทีม และใช้รูปแบบรัฐสภาอังกฤษ โดยแบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ซึ่งแต่ละคนสามารถ โต้แย้ง และตั้งคำถาม กันได้ตลอดเวลา ในการแข่งขัน บางครั้ง ในขณะที่ นักโต้วาที คนหนึ่งยืนขึ้นพูด อาจจะมีฝ่ายตรงข้าม 2-3 คนยกมือลุกขึ้น พร้อมกันเวลาถาม ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ต้องใช้สมาธิ และต้องมีไหวพริบที่ดีมาก จึงจะได้คะแนน และในการแข่งขันครั้งนี้ ผู้โต้วาที จะต้องโต้วาทีถึง 9 รอบ ใน 9 หัวข้อเป็นอย่างน้อย ขณะที่ผู้เข้ารอบ ชิงชนะเลิศ จะต้องโต้วาทีถึง 16 รอบ" บัญชากล่าว
การโต้วาทีในลักษณะนี้ ยังมีส่วนสำคัญ ในการเปิดโลกทัศน์ ของผู้เข้าแข่งขัน บางครั้งผู้เข้าแข่งขัน อาจจะได้เป็น ฝ่ายที่ต้องสนับสนุน ในประเด็น ที่ตัวเองต่อต้านก็ได้ ยกตัวอย่าง ความขัดแข้ง ระหว่างอิหร่า นกับสหรัฐอเมริกา ในการแข่งขัน นักศึกษาอิหร่าน อาจจะต้อง กลายเป็นฝ่ายสหรัฐ ขณะที่สหรัฐ ก็เป็นฝ่ายอิหร่าน เมื่อเป็นลักษณะนี้ เขาต้องพยายาม หาข้อมูลเพื่อมาสนับสนุน ฝ่ายตัวเอง ซึ่งทำให้เป็นการเปิดมุมมอง และได้เข้าใจในสิ่งที่ตัวเอง ไม่เคยเข้าใจ
สำหรับมหาวิทยาลัย ในไทยที่จะเข้าร่วมแข่งขัน ได้แก่ ทีมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นั้นไม่สามารถ เข้าร่วมการแข่งขันได้ เนื่องจาก เป็นกฎของสภาโต้วาทีโลก ที่ห้ามมหาวิทยาลัย ที่เป็นเจ้าภาพเข้าร่วมแข่งขัน |