ปัญญลักษณ์ อุดมเลิศประเสริฐ แปลงฝัน สามารถ คอร์ป เป็นเงิน
จากที่รู้เพียงว่า เครือบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น ทำเสาอากาศ แต่ 5 ปี ผ่านไป ที่ได้ร่วมงานกัน วันนี้ ดร.หน้าใส ปัญญลักษร์ อุดมประเสริฐ ซีเนียร์ แมเนเจอร์ คอร์ปอเรท บิวิเนส ดีเวลลอปเมนท์ หรือ ดร.มีมี่ กลายเป็น ผู้ที่ รู้ลึก รู้จริงเรื่องของ กิจการเครือนี้ อย่างทะลุปรุโปร่ง
ไม่เท่านั้น บทบาท ของเธอยังต้อง มองหาโอกาส ทางธุรกิจใหม่ๆ ให้หยั่งรากลึก เติบโต แผ่กิ่งก้าน สวยงามแก่ สามารถ คอร์ปด้วย
อาจารย์ "วัฒน์ชัย"
เธอเล่าว่า อาจารย์ ในการทำงาน ที่สามารถ คอร์ป คนแรก และเป็นคน สำคัญ ต่อการพัฒนา แนวคิด การทำงาน คือ วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ เพราะเธอได้รับ มอบหมาย ให้เป็นผู้ช่วย ของเขา ทำหน้าที่ นำสิ่งที่ เจ้านาย และผู้บริหาร ถกกัน ถึงสิ่งที่ ต้องการ ทำซึ่งสิ่งนั้น ไม่มีใคร นำแนวคิด ไปปฎิบัติ ไปทำให้เกิด ธุรกิจเรียกว่า ปั้นฝัน ของผู้นำองค์กรแห่งนี้ ไปดำเนินการ ให้เกิด เป็นความจริง
สิ่งที่ ดร.มีมี่ ได้เรียนรู้ ในช่วง เวลา การทำงาน ที่สามารถ คอร์ป คือการ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เรียนรู้เร็ว นอบน้อม จากนั้น เธอได้รับการ โปรโมท ให้อยู่ในตำแหน่ง ปัจจุบัน ด้วยศักยภาพ ที่พร้อมในสายตา ของเจ้านายประกอบ กับเป้นช่วงเวลา ที่ องค์กร ขนาด ใหญ่ของไทย แห่งนี้ ต้องการ เลือดใหม่ ที่ประสานงานได้ดีกับเพื่อนร่วมงานทุกๆ ส่วนของ องค์กร และ นำข้อมูล ที่ได้รับ มาตกผลึกเพื่อวางแผน งานพัฒนาธุรกิจ นับเป็นโอกาส ให้เธอได้เรียนรู้ งานเรียนรู้ ธุรกิจ ที่กลุ่ม สามารถ ดำเนินการอยู่
แม้ช่วง ปีแรกๆ เธอได้งาน บริษัท อื่นด้วย แต่ลักษณะงาน และตำแหน่ง ที่กลุ่มสามารถ ดึงดูดมากกว่า มีโอกาส ทำงาน ใกล้ชิด ผู้บริหารระดับสูง อีกทั้งเธอ ยังเบื่องาน ด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำมาหลายปี จากการสำเร็จ การศึกษาปริญญาเอก สาขาการจัดการวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ
ไม่เพียงอาจารย์คนแรก ที่เป็นต้นแบบ ความคิดสร้างสรรค์ รอบรู้ ขณะเดียวกัน "เจริญรัฐ วิไลลักษณ์" พี่ชาย คนโต แห่งครอบครัว วิไลลักษณ์ ก็ประทับอยู่ ในความทรงจำ จากความแม่นเรื่อง เทคโนโลยี เป้นอย่างมาก แถม อ่านทิศทาง ธุรกิจ ขาด ซึ่งเธอบอกว่า ชอบฟังผู้บริหาร ระดับสูงพูดคุย เพราะ แต่ละบุคคล มีมุมมอง แตกต่าง กัน ไป เมื่อเธอ รับฟังความเห็น แนวคิด จากบุคคลต่างๆ ก็นำมา เป็นข้อมูล ผนวกกับความคิด ของตัวเอง
นิวเคลียร์จากวิจัยสู่ตลาด
หลังจาก ฝึกมือ 2-3 ปี เธอได้รับ งานพัฒนา ธุรกิจอย่างเต็มตัว ดูการลงทุน โครงการใหม่ๆ และใหญ่อย่าง แรงงาน ไฟฟ้า การใช้ พลังงาน นิวเคลียร์ ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งได้รับ โจทย์เพียง คำเดียวจาก เจ้านาย ว่าต้องการ ให้ดู ว่า พลังงานนิวเคลียร์ นำไปใช้อะไร ได้บ้าง จากนั้น เธอจึง หาข้อมูล รวมถึง เดินหน้าติดต่อ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด เช่น สถาบันนิวเคลียร์ แห่งชาติ (สนท.) ที่เริ่มจาก ทำจดหมาย ติดต่อจน เข้าพบ กระทั่ง นำไปสู่การ เซ็นต์ บันทึก ความเข้าใจ (เอ็มโอยู) การใช้ ประโยชน์เทคโนโลยี นิวเคลียร์ เมื่อ 21 ธ.ค. 2550
งานนี้ สนท. ส่งต่องาน วิจัย จากหิ้ง ให้สามารถ คอร์ป นำไปต่อยอด สู่การตลาดได้ เรียกว่า สนท. มีบทบาท ผลักดัน ให้งานวิจัย กลายเป็น เพิ่มมูลค่า ทางเศรษฐกิจได้ ขณะที่ ผลดี ของสามารถ คอร์ป คือเป็นการ ขยายไลน์ธุรกิจ สู่อุตสาหกรรม นิวเคลียร์ ที่กำลังเดินหน้า สร้างโรงฉายรังสี เครื่องมือแพทย์ มูลค่า 450 ล้านบาท ภายใน 1 ปี ก่อนขยายเฟส 2 สู่ธุรกิจ ผลไม้ ฉายรังสี เพื่อส่งออก และการฉาย รังสีอัญมณี ปูทางสู่สายธุรกิจพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต
หากทุกงาน ย่อมมีอุปสรรค หรือความอยาก ซึ่งการทำหน้า ที่พัฒนาธุรกิจ อยู่ที่การ ทำให้สิ่งที่คิด เกิดเป็นธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จ เติบโตได้จริง เช่น คิดจาก งาน 10 โครงการ เกิดได้จริงอาจจะ 1 โครงการ
นักพัฒนาธุรกิจต้องคิดบวก
ดังนั้นคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นนักพัฒนาธุรกิจ ต้องไม่ท้อถอย หรือหมดกำลังใจ ต้องมุ่งมั่น มองหาโอกาส ช่องทาง ธุรกิจ อย่างรอบด้านเสมอ เธอบอกด้วยว่า งานที่สามารถ คอร์ปไม่ยาก เพราะเจ้านายให้กำลังใจ และงาน ที่คิด จะอยู่บนพื้นฐาน ที่ต้องสอดคล้อง ต่อยอดกับธุรกิจเดิมที่มีอยู่ คือการเน้นเทคโนโลยี และต้องสร้างทีมให้แข็งแกร่ง มีความคิด สร้างสรรค์ มีนวัตกรรมทางความคิด มองหลายมุมมีความรู้ทั้งด้านการตลาด การเงิน ศึกษา หาความรู้ ตลอดเวลา
|
ฉะนั้น ปัจจุบันเธอจึง ยังมีบทบาท เป็นอาจารย์สอน ระดับปริญญาโท ด้านโลจิสติกส์ ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งทำ ให้ต้อง ค้นคว้าอยู่เสมอ
เธอบอกว่า ความสุขจากการ เป็นอาจารย์ เหมือนได้ผ่อนคลาย เมื่อเจอนักศึกษา ที่รอเธอมาสอน แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น หรือแนะนำกัน ทั้งบางครั้ง เธอยังได้รับเชิญ ไปสอน ที่สถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยงาน เอสเอ็มอี ภาคออนไลน์ รวมถึง ยังแบ่งเวลา แปลหนังสือ เรื่องภาวะผู้นำ ร่วมกับ "ประสิทธิชัย วีระยุทธวิไล" กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท สามารถ อินโฟเน็ต จำกัด ที่คาดว่า จะพยายาม ออกเป็นหนังสือได้ เม.ย. นี้รวมถึง มีงาน เขียนเรื่อง ซัพพลายเชน และงานเขียนร่วมกับ ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน เรื่อง ผลกระทบ ของอินเตอร์เน็ต กับสังคมไทย
ความสนใจการ เขียนหนังสือ ก็มาจาก เป็นคน ชอบอ่าน ซึ่งทำให้ เมื่อ มาเขียน ก็รู้สึก มีความสุข ไม่ได้รู้สึกยาก ส่วนงาน สอนหนังสือ นั้น ก็เป็นเสมือนงานอดิเรก ที่ดึงเราออกจาก ชีวิตประจำวัน ที่คร่ำเคร่ง เมื่อดึง ออกจาก ความสนใจ ในงาน และพอกลับ มาคิดงานใหม่ หลังจากนั้น ก็ไม่เครียดแล้ว
แม้ภาระกิจ ของเลือดใหม่ไฟแรง จะยังต้องบุกป่า ฝ่าฟันไปอีกยาวไกล เธอจึง หาความสงบ ทางจิตใจ และการ ดูแล สุขภาพร่างกาย ให้เข้มแข็ง ด้วยการ เล่นโยคะ ฝึกสมาธิ ทำให้ ใจเย็นขึ้น เพราะ เมื่อใช้ พลังงาน สมองมาก ตั้งเป้า หมายสูง คาดหวัง ผลงานเกิน 100% หาก ไม่เป็น เช่นนั้น จะเครียด หงุดหงิด แต่เมื่อ มีเวลา กับตัวเอง ทำสิ่ง ที่รักแล้ว สิ่งดังกล่าว ได้คืน กลับมา หาเธอ สร้างพลัง ที่เพิ่มพูน ให้เดินหน้า สร้างฝันปั้นอนาคต ให้ตัวเธอเอง และองค์กรต่อไป

|