แม้ อัสสัมชัญ หรือ เอแบค เป็น มหาวิทยาลัยเอกชน ระดับชั้นแนวหน้าของชาติ
ด้วย 37 ปีกับการช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย นำเงินตราเข้าประเทศ ตกปีละ 400-500 ล้านบาท
จากนักศึกษา 70 ชาติ จำนวนกว่า 2.5 หมื่นคน ทว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ
อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดใจกับ คม ชัด ลึก ว่า เส้นทาง การต่อสู้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ...
ยอมรับว่าเหนื่อยมากด้วยกฎกติกาที่รัฐนำมาใช้กับภาคเอกชนที่จัดการศึกษานั้น ไม่เอื้อต่อการ พัฒนาศักยภาพ ของมหาวิทยาลัย ให้เติบโต ทัดเทียม หรือเข้าสู่ ตลาดแข่งขัน
ระดับนานาชาติได้ อย่างอิสระและคล่องตัวมากนัก
ไม่เพียงเท่านั้นตามประกาศของพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 แม้มีผลบังคับ ใช้ แต่เมื่อดำเนินการไปกลัว กลับพบมีปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินการ ที่สำคัญพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไข เพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 อยู่ในหลายประเด็น

ผมเสนอให้ปรับปรุงในเรื่องต่างๆ เช่น การอนุมัติการรับรองหลักสูตร และการรับรองมาตรฐานหลักสูตร
และมาตราที่เกี่ยวข้อง โดย ให้เป็น อำนวจของ สภาสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง เช่นเดียวกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
เพราะฉะนั้นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนมีระบบติดตามและประเมินผลการศึกษาทุกๆ 5 ปี จากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ละสำนักงาน รับรองมาตรฐาน
และประเมินการศึกษา (สมศ.) อยู่แล้วฉะนั้น การจัดการศึกษา นอกสถานที่ สกอ. ควรเปิดกว้าง ให้ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ดำเนิน การและปฏิบัติได้เช่นเดียวกับ
สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
กระนั้น รัฐควรกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนมีการรับรองวิทยฐานะได้โดยนิตินัยทันที
เมื่อมีศักยภาพ ความพร้อมตามเกณฑ์ที่กำหนด ควรกำหนดให้มีการ ยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดิน ของสถาบันอุดมศึกษา เอกชน เพราะถือว่า สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ได้เข้ามาช่วยแบ่งเบา ภาระงบประมาณ ของรัฐ โดยรัฐมิได้สนับสนุนด้านการเงินแต่ประการใด จึงถือว่าเป็นการสนับสนุนรัฐทางอ้อม มหาวิทยาลัยลงทุน ไปกว่า 6,000 ล้านบาท
ในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างอิตาลีในยุคเรเนสซองส์และสถาปัตยกรรมไทย เพื่อให้มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา กรุงเทพฯ เป็นสถาบันการศึกษา ที่ไม่เน้น เฉพาะหลักสูตร การศึกษา คณาจารย์ แต่ยังให้ความสำคัญกับสถานที่เรียน หอพัก และสิ่งแวดล้อมที่โอ่อ่าภูมิฐาน เพื่อการ เชิดหน้าชูตาให้ประเทศชาติและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติแวะเวียนมาเยี่ยมชมตลอดปี สร้าง รายได้ให้ประเทศ
การรับรองวิทยฐานะได้โดยนิตินัยทันทียังเป็นแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติตามอำเภอใจของผู้ประเมิน และการทุจริต ในการประเมิน รวมถึง เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่กฎหมาย กำหนดให้ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน
มีวัตถุประสงค์ ในการศึกษา ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการ ทางวิชาการ แก่สังคม ทำการวิจัย
ให้บริการ ทางวิชาการแก่สังคม และทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ
ดังนั้น เมื่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชนรับงานวิจัยจากบุคคล/องค์การภายนอก อันเป็นการพัฒนาอาจารย์ และให้บริการ ทางวิชาการ แก่สังคม จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
ขณะที่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐไม่เสีย จึงเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
รัฐควรกำหนดให้ผู้ที่สนับสนุนการศึกษาให้แก่สถาบันอุดมศึกาเอกชน ได้รับสิทธิยกเว้น ภาษีเงินได้ เป็นจำนวน สองเท่า ตาม ประกาศ อธิบดีกรมสรรพากร
เช่นเดียวกับสถาบันการ ศึกษาของรัฐ เรื่องการยกเว้นภาษีเงินได้ จากการบริการอื่น
ของสถาบัน อุดม ศึกษาเอกชน นอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอน
เนื่องจากขณะนี้สรรพากร จะตีความและประเมินภาษีอย่างเคร่งครัด โดยถือว่ากิจการต่างๆ ที่นอกเหนือ จากการเรียนการสอน แล้ว จะต้องอยู่ในข่าย ที่จะต้องเสีย ภาษีเงินได้ ทั้งสิ้น
รัฐควรส่งเสริม ให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชน เกิดการพัฒนา มากกว่าควบคุม การพิจารณา ภาพ รวมที่ปฏิบัติได้จริง ทั้งสถาบันของรัฐและเอกชน และต้องเป็นเอกภาพ ที่ใช้ บังคับ ได้ทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดความ เท่าเทียมกัน และเกิดคุณภาพ ทางการศึกษา อย่างแท้จริง ทั้งประเทศซึ่งในรายละเอียด ทั้งหมดอีก 1 สัปดาห์ สมาคมสถาบัน อุดมศึกษา เอกชน แห่งประเทศไทย (สสอท.) จะหารือกันอีกครั้ง ก่อน นำเสนอ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเสนอ
คณะรัฐมนตรี ต่อไป
ผมเชื่อว่า หากรัฐบาลเข้าใจและเห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอทั้งหมดนี้ อนาคตสถาบันอุดมศึกษา เอกชน ไทยจะเข้ามาช่วยแบ่งเบา ภาระการจัดการ จัดการศึกษา ของชาติ ได้มากขึ้น
ภราดา ดร.บัญชา กล่าวทิ้งท้าย
|