คมชัดลึก
ต้องหัดทำตัวเป็นผู้น้อย
มุมมองคลื่นใหม่
การเดินไปตามเส้นทางธุรกิจของ ครอบครัว มักถูกมองจากคนข้างนอกว่าไม่ยาก แต่จริงๆ แล้วหาก ต้องการเดินไป อย่างมั่นคง และ สง่างาม ก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย เช่นกัน จันทร์สิริ กุลวราพร ทายาทสาวคนสวยของธุรกิจ เครื่องสำอางค์ แบรนด์ไทย คิวท์เพรส และ โอเรียนทอล พริ้นเซส ที่อยู่มายาวนานกว่า 30 ปีแล้ว มีโอกาส มาพูดคุยเปิดใจกับ คม ชัด ลึก ถึงแนวทาง และความรู้สึก ที่ต้อง รับผิดชอบ และรักษาไว้ซึ่งสิ่งที่ครอบครัวสั่งสมมา
มุ่งมั่นนำธุรกิจสู่ระดับโลก
อยากเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัว เพราะเรารู้สึกว่า ต้องรับผิดชอบ และอยาก เรียนรู้ งานในทุกด้าน เพื่อที่จะก้าวขึ้น เป็นผู้นำ องค์กร ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด สาวสวยบอกเล่าถึงความตั้งใจ
ในฐานะที่เธอเป็นลูกสาวของผู้บุกเบิกธุรกิจเครื่องสำอางค์ จันทร์สิริ บอกว่า อยาก นำธุรกิจนี้ ไปสู่ระดับโลกให้ได้ ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งตอนนี้บางคน ก้อาจจะคิดว่า โอเรียนทอลฯ เป็นแบรนด์ของต่างประเทศ แต่จริง ๆ แล้วคุณพ่อของเธอ เป็นคน คิดว่า ทำไมเราไม่ทำสินค้าขึ้นมาแข่งกับแบรนด์ชั้นนำของต่างชาติ จึงใช้ ชื่อ ที่ หรูหราฟังดูอินเตอร์ แต่วัตถุดิบและการคิดค้นผลิตภัณฑ์นั้น ทำเองทั้งหมด เพราะ บริษัทมีศูนย์พัฒนาวิจัย คิดค้นสินค้าใหม่ และโรงงานผลิตเอง เนื่องจาก มองว่า เป็นจุดแข็ง ที่ทำให้สินค้าอยู่ได้คงทน ในอนาคต
จันทร์สิริ อธิบายว่า ขณะนี้สินค้าในเครือถือว่า มีครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายแล้ว เครื่องสำอางคิวท์เพรสได้รับ การตอบรับอย่างดี จากลูกค้าระดับล่าง หรือ กลุ่มซี แม้จะผ่านมา 30 ปีแล้ว แต่สินค้า ตัวแรกอย่างแป้งแข็ง ก็ยังมีวางขาย อยู่ตาม สาขา ทั่วไป ส่วนแบรนด์ โอเรียนทอล พริ้นเซส เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง หรือ ปี ขึ้นไป หากเทียบกับอินเตอร์แบรนด์ชั้นนำ ราคาจะถูกกว่ามาก แต่คุณภาพ ไม่ได้ แตกต่างกัน แม้จะเปิดตัวมาทีหลัง ประมาณ 17 ปี แต่ก็ได้รับความนิยม ไม่น้อย มีสามาชิกกว่า 2 แสนคน และมีสินค้าหลายตัว ที่ฮิตติดตลาด โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ บำรุงผม
ผู้บริหารสาวย้อน เส้นทางการทำงานให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบ คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค คิดว่าจะเรียนต่อปริญญาโท แต่ด้วย ข้อบังคับ ในการเรียนเอ็มไอที ต้องมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน อย่างน้อย 2 ปี จึงต้องเข้า มาทำงานในบริษัท เอส เอส ยู พี กรุ๊ป ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ และความงาม ครบวงจรของ ครอบครัวก่อน ถือเป็นจุดแรก ในการเข้า มาเรียนรู้ การทำธุรกิจ อย่างจริงจัง โดยมีคุณพ่อเป็นพี่เลี้ยง และศึกษาการ ทำงานจากคุณพ่อ เป็นหลัก โดยช่วงนั้น เทรนด์ความงาม จากภายในกำลังมาแรง คุณพ่อจึง มองหาธุรกิจใหม่ เข้ามาต่อยอดธุรกิจเดิม
หลังจากมองหา อยู่นาน จึงมาลงตัวที่ ผลิตภัณฑ์เสริม อาหารจากอเมริกา ภายใต้ แบรนด์ จีเอ็นซี และเธอได้รับมอบหมาย ให้ไปทำหน้าที่ติดต่อ ขอซื้อแฟรนไชส์ เข้าเปิดสาขา ในเมืองไทย ซึ่งประสบ ความสำเร็จ ด้วยดี ถือเป็นผลงาน ชิ้นแรก จากนั้น ก็เริ่มจัดตั้ง ทีมงาน รูปแบบการเปิดสาขา และการบริหารจจัดการ โดย ใช้เวลา นับปี ก่อนที่ พี่ชาย จะเข้ามารับไม้ต่อ ให้เธอไปเรียนต่อ ปริญญาโท อย่าง ที่ตั้งใจไว้
เรียนรู้จากมืออาชีพก่อนลงมือ
เมื่อคว้าปริญญาโท มาได้ จันทร์สิริ ตั้งใจไว้แล้วว่า จะนำวิชาที่ร่ำเรียนมา ออกไป หาประสบการณ์ จากบริษัท ชั้นนำก่อน และมีโอกาส ได้ทำงาน กับบริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็น เสมือน โรงเรียนฝึกหัดที่สำคัญ โดยเฉพาะ การดูแล ลูกค้าบัตรสมาชิก ในทุกด้าน ที่สำคัญ ต้องศึกษา พฤติกรรม ของผู้บริโภค อย่างเข้าใจ โดยตอนนั้นจะเป็นผู้จัดการฝ่าย ที่อายุน้อยที่สุดเพียง 26 ปี จึง ถูกมอง ว่าเส้นใหญ่ หรือ บางคนก็มองว่า แค่จบเมืองนอก เลยได้เข้า มาทำงานใน ตำแหน่ง สูง ๆ เพราะคนส่วนใหญ่ จะเป็น ลูกหม้อไต่เต้าขึ้นมา และมี อาวุโสกว่าเธอ แทบทั้งสิ้น ในช่วงแรกจึง ค่อนข้างกดดัน กับการพิสูจน์ ผลงาน ให้เป็นที่ยอมรับ
 |
การเข้ามาเป็นผู้ จัดการทั้งที่อายุน้อย และจบมาจากเมืองนอก ไม่ได้ ทำให้ รู้สึกว่า เราเหนือกว่าคนอื่น สิ่ง ที่ยึดถือ ในการทำงานคือ ต้องหัด ทำตัวเป็นผู้น้อย สร้างสัมพันธ์ที่ดี กับเพื่อนร่วมงาน มีความ อ่อนน้อม กับผู้ที่มี อาวุโสมากกว่า และไม่ลังเล ที่จะขอคำแนะนำ จาก คน ที่มีประสบการณ์ มากกว่า แม้จะเสียดาย ที่ต้อง ลาออก หลังจากทำงานอยู่ 2 ปี แต่งาน ของครอบครัว ก็คือ สิ่ง สำคัญที่สุด เพราะ เป็นรากฐาน ที่วางไว้ เพื่อรอการ สานต่อ จากรุ่นลูก เข้ามา พัฒนาธุรกิจ ให้เติบโตก้าวหน้า โดยจันทร์สิริ เข้ามาเริ่มงานดูแลด้านการตลาดอยุ่ 3 ปี จึงเข้า ไปนั่งใน ตำแหน่ง ผู้บริหาร และแม้จะ เป็นธุรกิจ ครอบครัว แต่เธอบอกว่า การบริหารงาน ของ เอส เอส ยู พี ก็ยึด เอาระบบสากล มาใช้ ต้องรายงาน ผลการดำเนินงาน ให้บอร์ด พิจารณา เป็นประจำทุกปี มีการตั้งทีมงาน ด้านต่าง ๆ เหมือนบริษัท ชั้นนำทั่วไป
ส่วนหลักการ ทำงานของ สาวสวย บอกว่า จะให้ความสำคัญ ในการวางแผนมา เพราะในชีวิต แต่ละคน จะมีงานหลายอย่าง จึงต้องรู้จักจัดระบบชีวิตให้ดี ต้องนอบน้อม กับลูกค้า และพนักงาน ก็เหมือนเพื่อให้มีส่วนร่วม กับแผนงาน ต้องปลูกฝังทัศนคติให้ ซื่อสัตย์ จริงใจ คุณธรรม กตัญญู กตเวที รู้กาลเทศะ ให้พนักงานทุกคนยึดถือ ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ ของคุณพ่อ ที่ยึดถือมานานกว่า 30 ปี
จันทร์สิริ มองว่า ภูมิปัญญาไทยและสมุนไพรไทยมีอีกจำนวนมาก ที่สามารถ นำมาใช้ ในธุรกิจ ความงาม และสุขภาพได้ แต่เธอไม่มี ความคิด จะทำธุรกิจ อื่นเพิ่มเติม เพราะต้อง ลงทุนสูง จึงเน้นต่อยอดธุรกิจ ที่มีอยู่เป็นหลัก และการ ที่บริษัท อยู่มานานได้ สิ่งสำคัญคือ เรื่องคุณภาพ แม้ท่ามกลาง ภาวะเศรษฐกิจ ที่ไม่สู้ จะดีนัก กำลังซื้อ ลดลง แต่ยอดขาย ของกลุ่มก็ยัง ไม่ได้รับผลกระทบ ที่ สำคัญ เธอมองการลงทุน สวนทางกับคนอื่น โดยขณะที่หลายบริษัท ตัดงบโฆษณา ตัดงบลุงทุน แต่เอส เอส ยู พี กลับเดินหน้าลงทุนขยายสาขาต่อเนื่อง
ตอนนี้ มีเพื้น ที่ว่างเยอะ เราก็มีโอกาสเข้าไปในพื้นที่ ที่ทำเลดี ๆ ได้ง่ายขึ้น หรือโฆษณาในช่วงที่คนอื่นถอย ก็ทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าเราได้ แต่การ ทำ แบบนี้ ได้ธุรกิจต้อง มีสายป่านยาวด้วย
ทายาทสาว ของโอเรียนทอลฯ มองว่า ตลาดเครื่องสำอาง ในเมืองไทย ยัง เติบโต ได้อีกมาก เพราะเรียกได้ว่า เป็นปัจจัย 4 ในชีวิตประจำวัน ไปแล้ว แม้เศรษฐกิจ ไม่ดี แต่ผู้หญิง ก็ยังต้องใช้ เครื่องสำอาง ซึ่งเธอบอกว่า นี่ไม่ใช่สิ่ง ฟุ่มเฟือย แต่เป็นเรื่อง ของการบำรุง ที่มี กันมานาน และมีการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนือง ซึ่งปัจจุบันคนไทยตื่นตัวเรื่องดูแลสุขภาพมาขึ้น โดย ในต่างประเทศ จะให้ความสำคัญกับอาหารเสริมมาก อย่างไรก็ตาม บางคน อาจมองว่า ไม่จำเป็น และมีราคาแพง
การลงทุน เพื่อสุขภาพ ไม่ได้สูญเปล่า เพราะดีกับตัวเราเอง ในระยะยาว ทำให้ร่างการ แข็งแรง หากคิดว่า 1 กระปุกราคาแพง ก็ลอง เอามาหารเฉลี่ย ดูว่าเม็ดหนึ่ง ราคาเท่าไร ลองเอาไปเทียบกับการกินอาหารแพง ๆ หรือซื้อ เสื้อผ้า แบรนด์เนม แล้วจะรู้สึกได้ว่า อะไรเป็นการลงทุน ที่คุ้มค่ากว่ากัน
ส่วนเคล็ดลับ ในการดูแลสุขภาพ ของเธอนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก โดยจะพยายาม ไม่เครียดกับงาน และระมัดระวัง การทานอาหาร เพราะกลัวโรคมะเร็ง แต่ที่ขาด ไม่ได้คือ กินอาหารเสริมช่วย เช่นสาร ที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ เพราะบางครั้ง ต้องเดินทาง บ่อย จึงอาจทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย เลยต้องดูแลตัวเอง ให้แข็งแรง อยู่เสมอ และที่สำคัญ สมองจะโลดแล่นได้ดี ต้องมีการพักผ่อนที่เพียงพอ
นอกจากการ ทำธุรกิจแล้ว จันทร์สิริ ยังให้ความสำคัญ กับการช่วยเหลือ สังคมด้วย โดยริเริ่ม ก่อตั้งมูลนิธิ ด้านการศึกษาขึ้นมา เพื่อช่วย สนับสนุน ด้านอุปกรณ์ การเรียน ให้โรงเรียน ที่ขาดแคลน หรือบริจาครถให้โรงพยาบาล มองทุนการศึกษา ให้บุตรหลานพนักงาน โดยนำเงินกำไร ส่วนหนึ่ง ของบริษัท มาสมทบ เข้ามูลนิธิ ซึ่งตอนนี้ เป็นเพียง ช่วงเริ่มต้น จึงทำเป็น การภายในก่อน ต่อไป อาจจะขยายวงกว้าง ออกไป เพื่อให้ มูลนิธีสามารถ ช่วยเหลือสังคม ได้ มากขึ้น โดยเธอบอกว่า สังคมจะดีขึ้นได้ ถ้าทุกคนช่วยกัน คนละไม้ละมือ
จันทร์สิริ กุลวราพร กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอส เอส ยู พี ทายาทสาวสวย ของกลุ่มธุรกิจ ผู้บุกเบิกธุรกิจเครื่องสำอาง ในเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ คิวท์เพรส และ โอเรียนทอล พริ้นเซส เข้ามานั่งในตำแหน่ง ผู้บริหาร ในธุรกิจ ของครอบครัว ด้วยวัย เพียง 31 ปี โดยเธอ ถูกปลูกฝัง ให้เข้ามา สานต่อธุรกิจ ตั้งแต่เด็ก จึงเลือกศึกษา ในคณะบริหารธุรกิจ จบการศึกษา ระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค จากนั้น ได้เข้ามา ช่วยงานองครอบครัวอ ยู่ประมาณ 2 ปี ก่อนจะไปเรียนต่อเอ็มไอที ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา
หลังจากคว้า ปริญญาโทมา ได้ตามความตั้งใจ ทายาทสาวสวย ของคิวท์เพรส ใช้เวลา ไปเรียนรู้ และเก็บเกี่ยว ประสบการณ์จากองค์กรในระดับชั้นนำ โดย เข้าทำงาน ในบริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ซึ่งได้เข้า ไปใช้เวลาเรียนรู้ การบริหาร แบบมืออาชีพ ระดับอินเตอร์อยู่ 3 ปี ในด้านงาน การตลาด การดูแล ลูกค้าบัตรเครดิต เธอบอกว่า ถือเป็นโรงเรียน ฝึกหัดที่ดี สำหรับ การก้าวไปบริหาร งานสานต่อ ธุรกิจครอบครัว
งานที่ถูกมอบให้ เข้ามาดูแล ในธุรกิจครอบครรัว คือ งานด้าน การตลาดของ ทั้งกลุ่มบริษัท แต่หลังจากวางระบบและงานเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว จึงเปลี่ยน สายงาน มาดูแล ด้านการเงินของกลุ่มแทน เพราะเรื่องเงินสำคัญที่สุด ในการ ทำธุรกิจ จันทร์สิริ บอกว่า เธอเป็นคนค่อนข้างเรียบง่าย ใช้ชีวิตพอเพียง ไม่ได้ มักใหญ่ใฝ่สูง ขอแค่เป็น คนดีของสังคม และมีสุขภาพที่ดี ก็เพียงพอแล้ว ยาม ว่าง ของสาวโสดคนนี้ จะชอบอ่านหนังสือ และมักหาเวลา ไปเที่ยว ต่าง ประเทศ แต่ต้องเป็นแนวอนุรักษ์ หรือเชิงประวัติศาสตร์ |