Last updated on  
จินนี่ เชื่อโชคชะตา พาคว้าตำแหน่ง รองมิสไชนิสฯ
คม ชัด ลึก วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ.2549
 

 

ไปคว้ารองอันดับหนึ่งจากเวที มิสไชนิส อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำปี 2006 และพ่วงมาด้วยตำแหน่งมิสยัง (Miss Young) บนเวทีเดียวกับที่สตูดิโอทีวีบีฮ่องกง เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา ล่าสุด “จินนี่” น.สธนิดา กาญจนวัฒน์ เปิดใจเชื่อในโชคชะตาลิขิต และฝันอยากทำงานในวงการมายาหลังเรียนจบ
จินนี่ เล่าให้ฟังว่า ในการไปเป็นตัวแทนการประกวดครั้งนี้ ใช้ชื่อจีนในสำเนียงจีนกลางว่า “ซวี่ อี้ เจวียน” หรือออกเสียงในภาษาจีนกวางตุ้งว่า “โหย อยี่ กวิน” อันมีความหมายว่า หญิงสาวผู้มีความอุดมสมบูรณ์และร่ำรวยทรัพย์ ซึ่งเป็นการประชันความงามกับสาวหมวยจากอีก 16 ชาติ ระหว่างการประกวดบนเวทีนี้ได้โชว์ความสามารถพิเศษเป็นนาฏศิลป์ประยุกต์คือการรำพัดจีน
“รู้สึกดีใจและยังตื่นเต้นไม่หาย แม้จะผ่านไปหลายวันแล้ว เนื่องจากระหว่างที่อยู่ที่ฮ่องกง ได้รับเสียงตอบรับดี ไม่ว่าจะเป็นจากสื่อมวลชนหรือคนทั่วไป และไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัล เพราะคิดว่าแค่ติดหนึ่งในห้าก็พอใจแล้ว ในการประกวดใช้ภาษากวางตุ้งทั้งหมดแต่ จินนี่ พูดเป็นแต่อังกฤษกับจีนกลาง ตอนนี้พิธีกรประกาศชื่อคนที่ได้รางวัล ก็ไม่รู้ว่าเป็นชื่อตัวเอง จนเมื่อพิธีกรพูดภาษาไทยว่า สวัสดีครับ ถึงได้รู้ว่าหมายถึงตัวแทนจากประเทศไทย” รองอันดับหนึ่งเล่าถึงนาทีสำคัญ
นอกจากนี้ น.ส.อธิดา ยังเผยถึงสิ่งที่คิดว่าทำให้เธอสามารถคว้าตำแหน่งนี้กลับมาได้ว่าก่อนที่จะมาถึงรอบสุดท้าย จะมีการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการ และกรรมการคนหนึ่งถามเธอเป็นภาษาอังกฤษว่า การที่เธอพูดภาษากวางตุ้งไม่ได้เป็นปัญหาในการประกวดหรือไม่ ซึ่งเธอตอบว่า ภาษาไม่ใช่ปัญหาสำคัญ ถึงพูดไม่ได้ก็ใช้ภาษามือก็ได้ นอกจากนี้ในรอบตัดสินที่ผู้เข้าแข่งขันต้องจับฉลากเลือกคำถาม โดยมีกติกาว่าฉลากคำถามจะเป็นชื่ออาหาร และให้อธิบายว่าตนเองมีความคล้ายคลึงกับอาหารจานนั้น ๆ อย่างไร
“จินนี่จับได้ข้าวผัด เลยตอบว่า ข้าวผัดมาจากวัตถุดิบหลายอย่างรวมกันเหมือนกับตัวเธอที่มีหลายบุคลิก บางทีจินนี่ก็ร่าเริง บางทีก็จริงจัง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ จินนี่คิดว่าสิ่งที่กรรมการและเพื่อน ๆ ด้วยกันประทับใจน่าจะเป็นความสามารถพิเศษในการรำพัดจีนแบบประยุกต์ ที่จินนี่ใส่ชุดสีแดงทอง มีลายไทยปนจีนทุกคนชอบมาก” น.ส.ธนิดา กล่าว
ทั้งนี้ระหว่างการประกวด น.ส.ธนิดา บอกว่า เธอมีฉายาว่า “มิสชาร์มมิ่ง” ซึ่งเมื่อถามเธอถึงความรู้สึกต่อฉายานี้เธอตอบว่า ตอนอยู่ที่เกาะฮ่องกงไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองมีฉายา เพิ่งมารู้จากที่สื่อไทยบอกเมื่อกลับมาแล้ว และคิดว่าที่ได้ฉายานี้ เพราะเธอพูดภาษาจีนไม่ได้ เลยต้องยิ้มไว้ก่อน อีกทั้งเธอชอบโพสท่าถ่ายรูปใครมาขอถ่ายก็ถ่ายด้วย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่รองอับดับหนึ่งมิสไชนีสจะมาประกวดในเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ เธอเคยลงแข่งเวทีวิกเจ็ดสีอย่าง มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ในปีเดียวกันกับที่ มรกต กิตติสาระ หรือ “เอมมี่” ได้รับตำแหน่ง ซึ่งแม้ว่าจะชวดรางวัลมาตลอด แต่ในที่สุดเธอก็สามารถคว้ารางวัลในระดับนานาชาติจากเวทีนี้จนได้

“จินนี่ว่า เหมือนเป็นโชคชะตาหรือพรหมลิขิตอะไรสักอย่าง เพราะขนาดคนที่ได้ที่หนึ่งและรองอันดับสองมิสไชนีสก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกัน และกลายเป็นว่า เราทั้งสองคนได้รับรางวัลกันทุกคน” น.ส.ธนิดา กล่าวว่า
สำหรับภารกิจหลังจากได้รับตำแหน่ง น.ส.ธนิดา จะเดินสายขอบคุณสปอนเซอร์ในฮ่องกง ส่วนในอนาคตจะมีการทำกิจกรรมอะไร ต้นสังกัดจะแจ้งให้ บริษัท บีอีซี เทโร ทราบต่อไป ส่วนตัวเธอเองคาดหวังว่า หากผู้ใหญ่ให้โอกาส ไม่ว่าจะทางฮ่องกงหรือไทย ก็อยากจะเข้าวงการบันเทิง ลองงานด้านการแสดงหรือพิธีกร แต่ตอนนี้อยากเรียนให้จบก่อน
จากการประกวดครั้งนี้ น.ส.ธนิดา ได้รับเงินรางวัลทั้งสิ้น 5 หมื่นดอลล่าร์ฮ่องกง หรือประมาณ 2.5 แสนบาท พร้อมด้วย มงกุฏ สายสะพาย โล่รางวัล และเงินรางวัลอีก 2 หมื่นดอลล่าร์ หรือประมาณ 1 แสน บาท พร้อมสายสะพายจากรางวัลมิสยัง
น.ส.ธนิดา อายุ 21 ปี สูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กก. สัดส่วน 32-25-36 เป็นหนึ่งในหกคนสุดท้ายบนเวทีการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ประจำปี 2005 ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการบัญชี ม.อัสสัมชัญ เป็นลูกสาวคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องสองคนของคุณพ่อสมศักดิ์ และคุณแม่ธันวดี และมีศักดิ์เป็นหลานอาของ ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ อดีตประธานรัฐสภา เจ้าของฉายา “โค้วตงหมง” และเจ้าของวลีเด็ด “ยุ่งตายห่า”


Assumption University of Thailand - www.au.edu
Bangkok 10240 Thailand Tel. (662) 723-2100-3 / Webmaster