คมชัดลึก อาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
สุวรรณภูมิไม่พร้อมตั้งแต่แรกแล้วแต่ดันทุรังเปิดใช้ สารพัดปัญหาที่รุมเร้าอยู่ในเวลานี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสนามบินและเมืองไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงเรื่องความปลอดภัยตอนนี้ก็ไม่มีใครรับประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว
จริงๆ แล้วคุณพ่อไม่เคยบังคับว่าต้องมาช่วยงานที่บริษัท แต่ด้วยความที่เป๋าเป็นลูกคนโตเลยรู้สึกมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าอยากช่วยงานคุณพ่อคุณแม่ เป็นคำ บอกเล่า ของสาวน้อยวัย 26 ปี เป่าเป๋า มนัสนันท์ ตันติประสงค์ชัย ลูกสาวคนสวยของ อุดม ตันติประสงค์ชัย ผู้ก่อตั้งสายการบินวัน-ทู-โก ซึ่งเป็น สายการบิน เอกชนสัญชาติไทยรายแรก ที่เปิดเส้นทางบินในประเทศ และสายการบินโอเรียนท์ไทย
วันนี้เรานัดพูดคุยกับนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ ที่เลือก เดินตามรอยเท้า คุณพ่อ ด้วยการ เข้ามานั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของสายการบินวัน-ทู-โก ภายในห้องประชุมของสำนักงานใหญ่ย่านอโศก ซึ่งเป่าเป๋า ได้หอบหิ้ว เอาเครื่องบิน จำลองของวัน-ทู-โก มาโชว์อย่างภาคภูมิใจจำนวนหลายลำ
เรียน-งานสำคัญเท่ากัน
เป่าเป๋าเล่าถึงการทำงานว่า เริ่มเรียนรู้งานจากคุณพ่อ ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ หลังจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเอแบค ในปี 2524 ก็เริ่ม เข้ามาทำงาน อย่างจริงจัง โดยเป็นการวางแผนไว้แล้ว ตั้งแต่เรียนปริญญาตรีว่าจะทำงาน 1-2 ปี ก่อนค่อยกลับไปเรียนต่อ ซึ่ง เมื่อทำงานได้หนึ่งป ีเธอขอคุณพ่อ ไปเรียนปริญญาโท ด้านอี-คอมเมิร์ช ที่ประเทศอังกฤษ เพราะมองว่าธุรกิจแอร์ไลน์มีแนวโน้มต้องทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น แต่ในเมืองไทยช่วงนั้น ยังไม่ค่อยอยู่ในกระแสมากนัก
เธอบอกว่า เมื่อกลับมาช่วยงานคุณพ่ออีกครั้ง ก็เป็นช่วงที่กำลังปรับเปลี่ยนพอดี เพราะก่อนหน้านั้น มีแต่โอเรียนท์ไทย ที่ให้บริการเช่าเหมาลำและบินเส้นทางระหว่างประเทศ มาครั้งนี้คุณพ่อคิด เปิดบินเส้นทางในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการคนไทย ที่มีกว่า 60 ล้านคน ขณะที่ สายการบิน จะมีเพียงการบินไทยที่ให้บริการ โดยช่วงนั้น คุณพ่อต้องต่อสู้อย่างหนัก และการจัดระบบใหม่ จัดทีมบริหาร ต้องใช้เวลาเกือบปี ซึ่ง เธอเป็นผู้ รับผิดชอบ งานในส่วนของภาคพื้นดิน

ยอมรับว่ายากมากในช่วงแรก เพราะทำเองทั้งหมดไม่ได้จ้างบริษัทอื่น พองานส่วนนี้อยู่ตัว ก็ ไปช่วย งานด้านการตลาดและอี-คอมเมิร์ช ทำได้ประมาณปีกว่า ก็กลับไปเรียนต่อเพิ่มเติมด้านธุรกิจการบิน เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญ ซึ่งจริงๆ แล้ว เป๋าอยากเรียนต่อด้านนี้ตั้งแต่จบโทใบแรก แต่ตอนนั้น ต้องกลับมาช่วยที่บ้านก่อน ใช้เวลาเรียนปีเดียว เพราะขอมาทำงานวิจัยที่เมืองไทย จะได้กลับ มาช่วย คุณพ่อเร็วขึ้น
การทำงานคือการเรียนรู้
ช่วงเวลา 4 ปีหลังจบปริญญตรี ที่ใช้ชีวิตอย่างละครึ่งๆ สำหรับการเรียนและการทำงาน ทำให้ เธอรู้สึกว่า ได้รับประสบการณ์มากขึ้น และคงไม่กลับไปเรียนต่อแล้ว แม้ว่าสิ่งที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้คือ การคว้าดีกรีดอกเตอร์ มาไว้ในครอบครองก็ตาม เป่าป๋าบอกว่า มาคิดดูอีกที การได้ปริญญาเอกมา อาจจะ ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์กับธุรกิจที่ต้องรับผิดชอบอยู่มากนักก้ได้ ดังนั้น แค่ปริญญาโท 2 ใบก็น่าจะพอแล้ว หลังจากนี้คงเรียนแบบคอร์สสั้นๆ เสริมความรู้มากกว่า
การทุ่มเทเวลาให้งานก็มีบ้างที่เหนื่อยและท้อ แต่เป๋ายึดคำสอนของอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยบอกว่า คิดเสียว่าการทำงานก็เหมือนเรียนหนังสือ อย่างคิดว่าเป็นหน้าที่ทุกวันที่เราทำงานอย่างน้อย ก็เรียนรู้หนึ่งอย่าง ถ้าตั้งใจก็เรียนรู้ได้หลายอย่าง ดังนั้น การทำงาน ก็คือ การเรียนรู้ หากวันไหนหยุดทำงานก็เหมือนหยุดเรียนรู้ ไม่เคยคิดว่าต้องพอแล้ว หยุดแล้ว คุณพ่อมีอะไรสอนทุกวัน เป็นการสั่งสมประสบการณ์ให้เรื่อยๆ
เธอยืนยันว่า หากพูดกันจริงๆๆ แล้ว การทำงานในช่วงที่ผ่านมานั้น ให้ประสบการณ์มากกว่าการเรียนในห้องเรียน ที่นำเอามาใข้ได้ทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติ และการตัดสินใจในด้านต่างๆ ล้วนต้องอาศัยประสบการณ์ โดยเฉพาะคุณพ่อ คุณแม่ที่เป็นเหมือนครูทั้งที่บ้านและที่ทำงาน
ต้องเริ่มจากข้างล่างสู่บนสุด
ส่วนหลักในการทำงานนั้น นักธรุกิจสาววัย 26 ปีคนนี้บอกว่า ต้องให้โอกาสคนในทุกๆ ด้าน เพราะการทำงานเกี่ยวข้องกับพนักงานและผู้โดยสาร จึงต้องให้โอกาส พนักงานได้เข้าใจ ได้เรียนรู้และนำไปใช้ ขณะเดียวกัน ก็ต้องหยิบยื่นโอกาส ให้ผู้โดยสารลองมาใช้บริการด้วย เพื่อเขาจะได้รู้ว่าวัน-ทู-โก ไม่ใช่สายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงการพัฒนา ก้าวสู่ปีที่ 4 ความผิดพลาดย่อมมีบ้าง จึงพร้อมรับทั้งคำชมและคำติมาปรับปรุงบริการตลอดเวลา
การเข้ามาทำงานช่วงแรกเธอยอมรับว่า กดดันมากเพราะยังขาดประสบการณ์ แต่คุณพ่อสอนว่าต้องเรียนรู้หลายๆ ด้าน จึงเริ่มจากกระดับล่างสุดไปจนถึงบนสุด ทำงานทุกอย่างและปรับมุมมองจากผู้โดยสารมาเป็นมุมมองของพนักงานและผู้บริหาร ซึ่งต้องเรียนรู้ตั้งแต่ระบบการเช็ดอิน โหลดกระเป๋า ตรวจตั๋ว หรือดูแล ผู้โดยสาร ตั้งแต่ขึ้นเครื่องจนถึงลงเครื่อง ต้องรู้ทุกกระบวนการ และวางแผนให้ได้ว่าทำอย่างไรให้ทุกขั้นตอนคล่องตัวมากที่สุด
ช่วงแรกๆ อาศัยเรียนรู้จากผู้อาวุโส ถามจากคุณพ่อ พอท่านเห็นว่าเราทำได้ก็จะปล่อย แรกๆ ก็มีข้อผิดพลาด และยังไม่ค่อยมั่นใจว่าทำได้ดีหรือเปล่า บางครั้ง ก็ลองถูกลองผิดเอง ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาด ส่วนใครจะมองว่าเป็นธุรกิจครอบครัว เป็นเรื่องนานาจิตตัง อยู่ที่ว่าเราบริหารงานแบบไหน เราไม่ได้ใช้อำนาจของครอบครัว อยู่บริษัทก็สวมหมวกพนักงานอยู่ที่บ้านสวมหมวกของความเป็นลูก
เป้าหมายเบอร์หนึ่งในใจคนไทย
มนัสนันท์บอกว่า จากกระแสตอบรับของลูกค้าตอนนี้ถือว่าพอใจมาก แต่อยากให้วัน-ทู-โก เป็นสายการบินในใจคนไทย จะบินไปไหนนึกถึงวัน-ทู-โก ก่อน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ ตอนนี้ 70-80% ก็เป็นคนไทย แต่สิ่งที่อยากอธิบายคือ สายการบินแห่งนี้ วางตัวเป็นสายการบินราคาประหยัด ที่ไม่ใช่สายการบินต้นทุนต่ำ โดย ต่างกันที่ขายตั๋วราคาเดียวทุกที่นั่งทุกเส้นทาง แต่ให้บริการตามมาตรฐานสากลเหมือนการบินไทย ซึ่งสโลแกนของสายการบินที่วางไว้คือ การเป็นสายการบิน จริงใจ เพื่อคนไทย
พอมีโลว์คอสต์เข้ามาลูกค้าเลยสับสนเหมารวมไปด้วย จริงๆ แล้วเราเป็นกลุ่มเดียวหรือเป็นเอกเทศ แม้บริการเหมือนการบินไทยแต่ราคาถูกกว่า 20-30 % เท่ากับโลว์คอสต์ ตอนนี้โลว์คอสต์พูมพบว่าจริงๆ แล้วลูกค้าก็ไม่ได้ชอบ เพราะนิสัยคนไทยชอบการบริการมากกว่า
เธอยอมรับว่าการแข่งขันในธุรกิจการบินนั้น รุนแรงมากขึ้นหลังการเข้ามาของสายการบินต้นทุนต่ำแต่วัน-ทู-โก ก็ไม่หวั่นไหว และไม่คิดจะลดราคาสู้ โดยหัน ไปเน้น ที่ความเข้าใจง่าย คิดค่าตั๋วราคาเดียวไม่บอกเพิ่มภายหลัง เป็นการสะท้อนถึงความจริงใจ ที่ถือเป็นจุดเด่นและทำให้ลูกค้ามีความสุข ส่วนการปรับตัวด้านต่างๆ ก็ต้องมี ต้องศึกษาความเคลื่อนไหวของคู่แข่งตลอด แต่ก็อยู่บนจุดยืนและมองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
สุวรรณภูมิกระทบภาพลักษณ์ชาติ
ด้วยหน้าที่รับผิดชอบทำให้สาวน้อยคนนี้ต้องเดินทางบ่อยๆ และได้เห็นถึงความแตกต่างของสายการบินแต่ละแห่ง ซึ่งเธอมองว่า สายการบิน ของไทย ก็สามารถแข่งขันกับต่างชาติ เพราะคนไทยรักงานบริการ มีน้ำใจ ยิ้มง่าย แต่ในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้นั้น เป่าเป๋าให้ความเห็นอย่างไม่ลังเลว่า สุวรรณภูมิไม่พร้อมตั้งแต่แรกแล้ว แต่ดันทุรังเปิดใช้ ซึ่งรัฐบาล ควรทดลองใช้ จนแน่ใจก่อน ว่าจะ ไม่เกิด ปัญหาตามมา ควรทยอยย้ายมาสุวรรณภูมิมากกว่าที่จะย้ายพร้อมๆ กันทั้งหมด พอเกิดปัญหาขึ้นก็ระส่ำไปหมด
สารพัดปัญหาที่รุมเร้าสุวรรณภูมิอยู่เวลานี้ ทั้งรันเวย์และแท๊กซี่เวย์ร้าวนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสนามบินและเมืองไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงเรื่องความปลอดภัยตอนนี้ก็ไม่มีใครรับประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ตรงนี้อยากฝากถึงรัฐบาลว่า หากตัดสินใจทำอะไรก็น่าจะฟังความเห็นของเอกชนมากกว่านี้ เพราะสายการบิน โดยเฉพาะคุณพ่อของเป๋าก็ออกมาคัดค้านตั้งแต่ต้น และในการแก้ปัญหาก็ควรวางแผนระยะยาวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากอีกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เธอไม่เห็นด้วยหากจะมีการปิดซ่อมสนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมด เพราะจะยิ่งมีผลกระทบตามมา จึงควรเปิดใช้ในส่วนที่ยังใช้งานได้ต่อไป ส่วนการย้าย กลับมาใช้สนามบินดอนเมืองบางส่วน ก็ยังรอความชัดเจนว่าจะเริ่มเมื่อไรนั้น สายการบินวัน-ทู-โก พร้อมอยู่แล้ว โดย คงต้องมีการ ลงทุนเพิ่ม อีก ประมาณ 50 ล้านบาท
มนัสนันท์มองว่า การย้ายกลับมาใช้ดอนเมืองเป็นโอกาสที่ดีทางยุทธศาสตร์การบินของไทยด้วยซ้ำทำให้มีการแยกเส้นทางการบินในประเทศและต่างประเทศออกจากกันชัดเจน และยัง ช่วยระบายความแออัดของผู้โดยสารได้ทางหนึ่ง ซึ่งหลายแห่งอย่างที่ลอนดอน หรือนาริตะก็มี 2 สนามบินเหมือนกันไม่เห็นแปลก และเมื่อย้ายมาแล้ว ก็น่าจะใช้ ดอนเมือง เป็นการถาวรไปเลยดีกว่าเพราะย้ายกลับไปกลับมาทำให้เกิดต้นทุนและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
เป่าเป๋าจบบทสนาด้วยความในใจว่า ด้วยความคุ้นเคยกับเครื่องบินมานาน เพราะต้องเดินทางไปตรวจรับเครื่องบินกับคุณพ่ออยู่บ่อยๆ ก็ทำให้มีความคิดแวบขึ้นมา เหมือนกันว่า อยากเป็นนักบินดูบ้าง ซึ่งในอนาคตหากทุกอย่างลงตัว น้องชายเข้ามาช่วยงานของครอบครัวได้แล้ว เธออาจเลือกเดินทางไปตามเส้นทางที่ใจรักก็ได้ แต่ตอนนี้คงเลี่ยงไม่ได้กับบทบาทผู้บริหารสายการบินที่ยังต้องสะสมชั่วโมงบินอีกมาก
มนัสนันท์ ตันติประสงค์ชัย
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของสายการบินวัน-ทู-โก
นักธุรกิจสาวน้อยหน้าใสวัย 26 ปี มนัสนันท์ ตันติประสงค์ชัย มีชื่อเล่นไม่ซ้ำใครว่า เป่าเป๋า เป็นภาษาจีนกลาง มีความหมายเหมือนคำว่า เบบี๋ ซึ่งในวันนี้เธอได้เปลี่ยนสถานะจากเด็กน้อยของครอบครัวมาทำหน้าที่ลูกคนโตเดินตามรอยเท้าพ่อ สานต่อกิจการธุรกิจการบินของครอบครับ ด้วยความเต็มใจ หลังจาก คลุกคลีและซึมซับงานตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอมุ่งมั่นเรียนปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจเอกวิชาโฆษณา จบจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เพื่อนำวิชา ความรู้ มาใช้กับการทำงานแต่ทำงานได้ปีหว่าก็ขอกลับไปเรียนต่อปริญญาโทด้านอี-คอมเมิร์ซ ที่มหาวิทยาลัยเครนเฟิลด์ ประเทศอังกฤษอีก 1 ปี
แม้จะเอาวิชาความรู้มาใช้ในการทำงานเพิ่มแต่เป๋ายังแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอีกด้วยการคว้าปริญญาโทด้านธุรกิจการบินจาก มหาวิทยาลัยวอร์วิคก์ เมืองผู้ดี เช่นกัน มากอดอีกใบ ซึ่งเธอบอกว่าจริงๆ แล้วการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการทำงานนั่นเองหากหยุดทำงานก็เหมือนหยุดการเรียนรู้ไปด้วย นอกจากทำงาน แล้วยามว่าง เธอยังชื่นชอบกีฬากอล์ฟและโยคะเป็นชิวิตจิตใจทีเดียว |