Last updated on  
 
คมชัดลึก
วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2550

มุทมองคลื่น ใหม่
เลือกใช้จุดแข็ง เป็นบันได

“ผมก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ส่วนหนึ่งมาจาก การสนับสนุน ของครอบครัว ที่เห็นถึง ความสำคัญ ของภาษาอังกฤษ ซึ่งถือเป็น พื้นฐานสำคัญ สามารถต่อยอด การศึกษา หาความรู้ จาก โลกกว้าง ได้ง่าย ขึ้น” เป็นประโยค สะท้องให้เห็นว่า ชายหนุ่มวัย 33 ปี ผู้นี้  ให้ความสำคัญ กับการ เรียนรู้ด้านภาษาอย่างมาก โดยปัจจุบัน “มนาเทศอันนวัฒน์” หรือ จูเนียร์ นั่งเก้าอี้ ผู้จัดการอาวุโส แผนกสื่อสารการตลาด และธุรกิจโทรคมนาคม

มนาเทศ อันนวัฒน
มนาเทศ อันนวัฒน์ ชื่นชอบภาษาอังกฤษ เพราะ มองว่าเป็นภาษาสากล ที่ทำให้มนุษย์ ที่มีวัฒนธรรมต่างกัน สามารถใช้สื่อสารถึงกันได้ และจากความชื่นชอบนี้เอง ที่สร้างโอกาส เปิดกว้างให้ได้ ลองทำกิจกรรม และอาชีพ ใหม่ๆ ที่ท้าทาย อยู่เสมอ เช่น จอห์นสัน แอนด์ จอห์น หรือค่ายน้ำดำยักษ์ใหญ่  อย่าง เป๊บซี่
เหตุผล ในการย้ายงาน ของหนุ่มคนนี้ มีง่ายๆ เพียงข้อเดียว คือมนาเทศ เป็นคนที่ ชื่นชอบ ดื่มน้ำอัดลมยี่ห้อ เป๊บซี่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ บริษัทคู่แข่งอย่างโค๊ก ก็ติดต่อ ชักชวน ให้ร่วมงานเช่นกัน
ปัจจุบันมนาเทศ นั่งเก้ากี้ ผู้จัดการแผนก สื่อสาร การตลาด และธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด โดยในครั้งนี้ เลือกมาทำงาน เพราะมีความชื่นชอบ ในผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ได้ ทดลองใช้ สินค้าซัมซัง เมื่อครั้งเข้ามาเปิดตลาด เครื่องใช้ไฟฟ้า ในบ้านเรา ช่วงแรก มีความประทับใจ ในตัวสินค้า จนทำให้เขา ต้องการเรียนรู้ ถึงวัฒนธรรมองค์กร ข้ามชาติ อย่างเกาหลีใต้ ดูบ้าง และหมายมั่นปั่นมือ จะต้องสร้างแบรด์ ซัมซุง ให้เห็นเบอร์ 2 ของตลาด ให้ได้
บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด หนึ่งในเครือข่ายของ องค์กรยักษ์ด้านเทคโนโลยี จากแดนกิมจิ

“ภาษา” จุดแข็งในการก้าวเดิน
จูเนียร์ บอกว่า ถูกปลูกฝังและปูพื้นฐานเรื่องภาษา อังกฤษมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่การพูด ฟัง อ่าน เขียน ทำให้ค่อนข้าง ได้เปรียบ ซึ่ง การเรียน ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เล็กๆ เป็นการเตรียมความพร้อม ที่ดี และมองว่าวัยเด็ก มีพัฒนาการในการ เรียนรู้ เรื่องภาษา ได้ดีกว่า

“เด็กไทยทุกวันนี้ มีความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ ดีขึ้น จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัว ดังนั้น หากต้องการสร้างจุดแข็ง ให้ตัวเอง ก็ต้องศึกษาภาษาที่สาม เพิ่มเติม แค่เพียงภาษา อังกฤษและ ภาษาไทย คงไม่เพียงพอ”
อย่างไรก็ตาม การมีจุดแข็ง ด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ได้ หมายความว่า จะทำให้คนเรา ก้าวไปสู่ถนนทุกสายที่ต้องการ
“มนาเทศ” เล่าว่า ความฝันวัยเด็ก ก็อยากเป็นแพทย์ หรือวิศวะ แต่เมื่อประเมินความชอบ และจุดแข็งที่มี ก็พอรู้ ว่าคงสู้เด็กสายวิทย์ ไม่ได้ แถมยังสอบเทียบมาตั้งแต่ ชั้น ม. 4 จึงเบนเข็ม ไปเรียนคระบริหาร สาขาการตลาด ที่ มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ หรือ เอแบค เพราะมองว่า นอกจาก จะมีความ ได้เปรียบด้านภาษาแล้ว หลักวิชา บริหารธุรกิจ ก็เป็นพื้นฐาน กับทุกสาขา

“อยากเรียนวิศวะ แต่รู้ว่าเราต้อง เสียเปรียบ ก็ คิดว่าต้องเลือกคณะ ที่เราสามารถ เอาจุดแข็ง หรือ ความรู้ที่มี มากกว่าคนอื่น มาทำให้เป็นผู้นำ น่าจะดีกว่าเลือกคณะ ที่เราต้องเป็นผู้ตาม เมื่อเราไม่เก่งคำนวณ แต่มีจุดเด่นด้าน ภาษาอังกฤษ เราเอาตรงนี้มาใช้เป็น เครื่องตัดสินใจ น่าจะทำให้เราได้เปรียบ”

เรียนรู้ปรับตัว – กิจกรรมเรื่องสำคัญ
ความที่สอบเทียบมาตั้งแต่ ม. 4 และแม้เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐไม่ได้ “มนาเทศ” ก็ไม่เสียเวลารอสอบเอนทรานซ์ใหม่ เขาจึงก้าว เข้าสู่ รั้วมหาวิทยาลัย ค่อนข้างเร็ว ซึ่งสร้างปัญหาไม่น้อย ในช่วงแรก เพราะต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมและเพื่อน ใหม่อย่างมาก เนื่องจากเพื่อนๆ ส่วนใหญ่อายุมากกว่า ทำให้มุมมอง การใช้ชีวิต แตกต่างกัน แต่หนุ่มคนนี้บอกว่า โชคดีที่ เป็นคนเข้ากับคนง่าย
กิจกรรมนรั้วมหาวิทยาลัย เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ “จูเนียร์” ให้ความสำคัญ ใช่วยฝึกฝน และเตรียม ความพร้อมให้ทำงานเป็นทีม เปรียบเสมือน สนามทดสอบการทำงาน เป็นกลุ่ม เรียนรู้ การบริหารงานและเวลา ทำให้มีความรับผิดชอบ รวมทั้งรู้จักวางตัวให้เหมาะสม
มนาเทศ เล่าถึงการเรียนต่อ ในต่างประทศ ว่า เกิด จากการตัดสินใจ ในระยะเลา สั้นๆ จึงมีบทเรียน


 

aunews: มนาเทศ


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

จิตใจพัฒนาไม่ทันเทคโนโลยี
....เขามองว่า การเปลี่ยนงาน ไปสู่ตำหน่งหน้าที่ใหม่ๆ เป็นเหมือน การได้ เข้าไปศึกษา วัฒนธรรม ขององค์กรนั้น และช่วย เพิ่มขีด ความสามารถ ในการพัฒนา ตัวเองให้ มากขึ้น แต่ กลักการเปลี่ยนงาน จะมาจาก ความรู้สึก ส่วนตัว ต่อสินค้า นั้นๆ ซึ่งอาจ จะแตกต่าง จากคนอื่น ที่อาจมอง เรื่องตำแหน่ง และเงินเดือน
การเข้ามา ทำงาน กับยักษ์ใหญ่ ด้านสินค้าไฮเทค ทำให้หนุ่มคนนี้ เข้าใจถึงพฤติกรรมการ ใช้ เทคโนโลยี ของคนไทย อย่างดี โดยเขาบอกว่า น่าเป็นห่วง ที่คน จำนวนไม่น้อย ตกเป็นเหยื่อ ของเทคโนโลย ี เห็นได้จาก บรรดาภาพหลุด คลิปวิดีโอฉาว ต่างๆ ซึ่งจุดนี้ เกิดจาก คนขาด คุณธรรม ในจิตใจ ไม่ได้พัฒนา ตามเทคโนโลยี ที่ก้าวล้ำหน้า จิตใจ จึงถูก ครอบงำ ได้ ง่าย ทั้งที ในการ พัฒนาทางวัตถุนี้ เพื่อต้องการ อำนวยความสะดวก และรองรับ ไลฟ์สไตล์ ของมนุษย์

มนาเทศ ยอมรับว่า ความก้าวหน้า ของเทคโนโลยี ทุกวันนี้ เช่น มือถือ ทำให้คนในสังคม ปฏิสัมพันธ์ ระหว่าง กันน้อยลง ไม่ต้องเจอหน้ากัน อาจทำให้ ความผูกพันกัน ลดน้อยถอยลง ขณะที่ อินเทอร์เน็ต ช่วยให้ ผู้คน สามารถค้นหา ข้อมูล ต่างๆ จากหน้าจอ คอมพิวเตอร์ ได้ไม่ยาก แทนการ ออกไปหา ประสบการณ์ ความรู้ จากสถานที่จริง ผู้ผลิต พยายามนำเสนอ เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาอำนวย ความสะดวกให้ผู้ใช้ แต่จิตใจ ของผู้ใช้ พัฒนาไม่ทัน ทำให้เกิด การใช้เทคโนโลยี ในทางที่ผิด ดังนั้น ครอบครัว ต้องปลูก ฝัง และสร้าง ภูมิคุ้มกัน ให้คน ในครอบครัว รู้จักใช้เทคโนโลยี ในทางที่ถูก ซึ่งจะช่วย แก้ปัญหา พิษภัย ที่เกิดจาก เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ มนาเทศ กล่าวทิ้งท้าย

Assumption University of Thailand - www.au.edu
Bangkok 10240 Thailand Tel. (662) 723-2100-3 / Webmaster