Last updated on  
้ำ‘เอแบค – อาร์วาร์ด’
วันพฤหัสบดีที่  3 – วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2550  
Human Capital

‘เอแบค – อาร์วาร์ด’
ประสานพลังสอนเขียนกรณีศึกษาแบบมืออาชีพ
เสริมทักษะธุรกิจไทยเทียบสากล

กว่าที่องค์กรต่างๆ จะก้าวขึ้นมา ยืนอยู่แถวหน้า ต่างต้องผ่าน ขวากหนามต่างๆ ทั้งสำเร็จบ้าง ทั้งล้มเหลว บ้างมากมาย
ยิ่งใน ยุคปัจจุบัน ช่องทาง เกิดและเติบโต ขององค์กรใหม่ๆ มีน้อยเต็มที ฉะนั้น บทเรียน การพัฒนาองค์กร รุ่นเก๋ารุ่นก่อน จึงถือว่า เป็นสิ่ง ที่มีคุณค่ายิ่ง
“ การทำธุรกิจนั้น กว่าจะประสบ ความสำเร็จได้ หลายคน ต้องลองผิด ลองถูก แต่ถ้า มีกรณีศึกษา ขององค์กรต่างๆ ให้นักลงทุน นักธุรกิจ ได้ทำการ ศึกษา ก็จะเป็น เรื่องที่ดี ประสบการณ์ จากผู้รู้ จะก่อให้เกิด การเรียนรู้ ในการแก้ปัญหา ก่อให้เกิด ความได้เปรียบ ในทางธุรกิจ”
“ชลิต ลิมปนะเวช” คณบดี ภาควิชา นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการสื่อสาร ทางการตลาด จึงได้ เปิดการ เรียนรู้ เกี่ยวกับ การเขียน กรณีศึกษา ขึ้นในประเทศไทย ครั้งแรก เมื่อกลางเดือน เมษายน ที่ผ่านมา ที่จังหวัดชลบุรี
เพื่อ เรียนรู้ ว่าการวิจัย และการเขียน กรณีศึกษา และมืออาชีพนั้น ทำกันอย่างไร
การจัดงาน สัมมนา ครั้งนี้ ถือเป็น การเปิดตัว ที่แรงและ ได้รับ ความสนใจ อย่างสูง เพราะ มีโปรเฟสเซอร์ มือหนึ่ง  “ดร.คลิฟฟอร์ด อี.ดาร์เดน” ผู้ได้รับ รางวัลชนะเลิศ การเขียนกาณีศึกษา จากมหาวิทยาลัยอาณ์วาร์ด ซึ่งมีค่าตัวสูง มากมา เป็นวิทยากร ในการฝึกอบรม
ในงานนี้ นอกจาก จะมีการหยิบยก กรณีศึกษา ในต่างประเทศ มาเป็นตัวอย่าง ให้กับผู้สัมมนา ได้เห็นของจริงแล้ว ยังมี การฝึกปฏิบัติ ห้ผู้เข้าอบรม ได้ทดสอบ เขียนกรณีศึกษา ตามหลัก วิชาการ เพื่อให้ ทุกคน ได้เข้าใจยุทธวิธี ในการเขียน กรณีศึกษา อย่างท่องแท้ และหาก องค์กรใด มีปัญหา องค์กรก็ สามารถปรึกษา วิทยากรได้โดยตรง
ผลที่ได้รับ หรือ ?
“จะช่วย พัฒนาธุรกิจไทย ได้ให้ก้าวไกล ช่วยให้องค์กร ได้เรียนรู้ วิธีการเขียนธุรกิจ  เพื่อ ที่จะ สามารถพัฒนา บริษัทของตัวเอง ให้เป็นที่ยอมรับ เมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเท่าที่ สำรวจ เฉพาะบริษัท ที่อยู่ใน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะนี้มีกว่า 500 บริษัท หาก ทุกบริษัทมี การเขียน กรณีศึกษา ก็จะมีกรณีศึกษา ให้กับบริษัทต่างๆ ได้ศึกษามากมาย”
ในแง่ ของสถาบัน การศึกษา ก็จะได้ประโยชน์ด้วย เพราะทุกวันนี้ สถาบันการ ศึกษาต่างๆ จะสอนด้วย ทฤษฏีต่างประเทศ เปิดตำราสอน เป็นหลัก จะมีกรณีศึกษา ให้ได้เรียนรู้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ ก็เป็นกรณีศึกษา ของบริษัท ต่างประเทศ ที่เป็น กรณีศึกษา บริษัทของคนไทย ในวันนี้ ยังไม่มีเลย หากสามารถ พัฒนาตรงนี้ ได้ไม่เพียง องค์กร เท่านั้น ที่จะได้ประโยชน์ แต่นักศึกษา ก็จะได้ประโยชน์ ไปด้วย

 

ในหนึ่งเทอม นักศึกษาจะ เรียนทั้งหมด 5-6 วิชา แต่ละวิชา จะมีการหยิบ ยกกรณีศึกษา มาให้ได้ศึกษา กันประมาณ 5-6 กรณี หากพัฒนา ให้มีการเขียน กรณีศึกษา ในสถาบัน การศึกษา เทอมหนึ่ง จะได้ทั้งหมด 30 บริษัท กว่านักศึกษา จะเรียนจบ ต้องใช้เวลา อย่างน้อยๆ 2 ปี ก็ จะได้ กรณีศึกษา ทั้งหมด 120 บริษัท
“ตรงนี้ จะเป็นโอกาส ของนักศึกษา ด้วย เมื่อเรียน จบไปสมัครงาน ที่ไหน ก็มีโอกาส ได้มาก เพราะรู้ข้อมูล ของแต่ละบริษัท ดีอยู่แล้ว ต่อไปคนรุ่นหลังๆ ก็จะมีทักษะ ในการแก้ไข ปัญหาองค์กร ในแบบเอเชียมากขึ้น”
ประโยชน์ ที่สำคัญ อีกประการ หนึ่งคือ จะช่วยส่งเสริม ให้นักลงทุน ต่างชาติ เข้ามา ร่วมลงทุน ในประเทศ ได้มากขึ้น เพราะ ก่อนที่นักลงทุน ต่างชาติจะเข้าไป ลงทุนที่ไหน ร่วมกับใคร จะต้องมีการศึกษา ข้อมูล พื้นฐาน ของประเทศนั้นๆ รวมถึงข้อมูล โครงสร้าง ของบริษัทต่างๆ ที่จะไปร่วมทุน ฉะนั้น การเขียนกรณี ศึกษาจึง มีประโยชน์มาก
"ในต่างประเทศ การเขียน กรณีศึกษา เป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ หากใครจะนำไปใช้ จะมีค่าใช้ ที่แพงมากกรณีละ  100 เหรียญสหรัฐ ซึ่ง หากคนไทยพัฒนา ตรงนี้ ได้ก็จะเป็น ลิขสิทธิ์ที่กิน ไปจนตาย”
จะว่า เป็นแล้ว เรื่องกรณีศึกษา มีความสำคัญ กับแทบทุกธุรกิจ ไม่เฉพาะแต่ แพทย์เท่นั้น ที่จะ ต้องมีอาจารย์ใหญ่ ให้นักเรียน แพทย์ได้ศึกษา แต่ในธุรกิจอื่นๆ เรื่องกรณีศึกษา ก็มีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อน ไปกว่ากัน
“อาจารย์ชลิต” บอกว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทย จะใช้กรณีศึกษา ของต่างประเทศ ซึ่ง ทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี วิธีการทำงาน ต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน เช่น เวลา เจ้านายถาม อะไร คนไทย มักจะเงียบ ซึ่งฝรั่ง จะตีความ ความเงียบ แตกต่าง จากคนไทย การพัฒนา กรณีศึกษา ที่เป็นบริษัท ของคนไทย จึงเป็น แนวทาง ที่จะทำ ให้บริษัท ของคนไทย ได้พัฒนา ตามแนวทาง ของเอเชีย มากขึ้น
ซึ่ง เชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ มองเห็นปัญหา แต่ อาจจะ ยังไม่มี คนชี้ช่องทาง ให้การสัมมนา ครั้งนี้ จึงมีผู้ ให้ความสนใจ เข้าร่วม สัมมนา เป็นจำนวนมาก และมาจาก หลากหลายอาชีพมาก ทั้งแพทย์เภสัชกร นักวิชาการ นักธุรกิจ ระดับกรรมการ ผู้จัดการ
“กระแสวันนี้ เรื่องของ CSR มาแรงมาก หากคนในบริษัท ต่างๆ สามารถเขียน กรณีศึกษา ของตัวเองได้ แล้ว นำกรณีศึกษา ของบริษัท ไปให้ มหาวิทยาลัย ต่างๆ ได้เรียนรู้ ก็จะเป็น การประชาสัมพันธ์ องค์กร ให้สังคม ได้รู้จักมากขึ้น ก็จะเป็น การคืนประโยชน์ สู่สังคม ในรูปแบบ ของการนำ องค์กร มาให้ นักเรียน นักศึกษา ได้ใช้เป็นกรณีศึกษา ทำให้นักศึกษา ได้เรียนรู้ การแก้ปัญหา จากของจริง”
“คนที่ประสบปัญหาเท่านั้น ที่จะรู้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น จะแก้อย่างไร ต้องใช้กลยุทธ์ การบริหาร การจัดการ การเงิน การตลาดอย่างไร องค์กร จึงจะรอด จึงจะ ประสบความสำเร็จ ตรงนี้ เป็นฐานที่สำคัญ”
การสัมนา ครั้งนี้ อาจเป็นพียง จุดเริ่มต้น เล็กๆ ที่จุดประกาย การพัฒนา องค์กรในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่อนาคต อันใกล้ “อาจาร์ยชลิต” มีแนวทาง ที่จะขยายผล เรื่องนี้ อย่างเป็นรูปธรรม และจริงจัง
“ขณะนี้ กำลังทำแผน ว่าจะพัฒนา บุคลากรของเมื่องไทย อย่างไรในเรื่อง การเขียนกรณี ศึกษา ของบริษัทคนไทย ให้ได้ หลังจากเปิด สัมมนานำร่องแล้ว จะฟอร์มทีม เป็นชมรม นักเรียนกรณีศึกษาขึ้น แล้วส่งอีเมล์ ไปยังบริษัท ต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนา ในเรื่อง กรณีศึกษา ให้กว้างขวาง มากยิ่งขึ้น”


Assumption University of Thailand - www.au.edu
Bangkok 10240 Thailand Tel. (662) 723-2100-3 / Webmaster