Last updated on  

“เอแบค” ย้ำจุดยืน ป. เอกบริหาร ขอสร้างนักวิชาการออกสู่ตลาด


ปีที่ 19 ฉบับที่ 1047 วันที่ 25 – 31 ธันวาคม 2549
ผู้จัดการรายสัปดาห์


 

“เอแบค” คงจุดยืนหลักสูตปริญญาเอก ด้านบริหารธุรกิจ รับน.ศ. รุ่น 2 คงปริมาณ 10 – 15 คนเท่าเดิม ยึดหลัก ผลิตนักวิจัยธุรกิจชั้นสูงนักวิชาการอาจารย์และผู้บริหารเชื่อรุ่น 2  รับ นศ.ต่างชาติได้แน่นอน ชี้หลักสูตรนี้ โครงสร้างคล้ายกับเรียนที่อเมริกา เน้นเรียนคอร์สเวิร์ก 2 ปี และใช้เวลาอีก 2 ปี นำเสนอนงานวิทยานิพนธ์ ด้านความต้องการตลาดมีสูง แต่ไร้การแข่งขัน

     ดร.เชิดพงษ์ สีบุญเรือง ผู้อำนวยการหลักสูตปริญญาเอก ด้านบริหารธุรกิจ (Doctor of Philosophy in Business Administration) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) กล่าวว่า คณะบริหารธุรกิจของเอแบค ถือเป็นธงหรือแฟลกชิปของมหาวิทยาลัย เนื่องจากเอแบคก่อตั้งขึ้นมาจากคณะด้านบริหารธุรกิจเล็กๆ โดย ให้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน ซึ่งนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในแต่ละรุ่น ได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี ของทั้งตลาดแรงงาน และต่างประเทศ หรือหากต้องการ ไปเรียนต่างประเทศ ก็สามารถ เรียนได้อย่างสบาย

     สำหรับเป้าหมาย ของการเปิดหลักสูตรปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจ เนื่องจาก เห็นว่า ทิศทางของตลาด มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งสถาบันในประเทศ และต่างประเทศ ที่มุ่งเน้น การเรียน แบบทำวิจัย ดังนั้น หลักสูตรปริญญาเอก ของเอแบคจะต้อง มีการเปลี่ยน จากการเรียนการสอน มาเป็นการมุ้งเน้น การวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านการวิจัย

     ดังนั้น เอแบคจะต้องสร้างนักศึกษา และคณาจารย์ทุกท่านให้เข้ามามีส่วนร่วม ในความเป็นเลิศ ทางวิชาการนอกจากนี้ เอแบคจะต้อง ผลิตบุคลาการ ที่พร้อมจะเข้าไปช่วยส่งเสริมสังคม ช่วยเหลือสังคม ด้วยการผลิตงานวิจัย ที่มีคุณภาพ
โดยหลักสูตรปริญาเอก เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก เมื่อปีที่ผ่านรับได้จำนวน 15 คน ซึ่งมีเป้าหมายผลิตนักวิจัยธุรกิจชั้นสูง นักวิชาการ อาจารย์ที่มีคุณภาพ การสอนในระดับปริญญาเอก ของสถาบันการศึกษา ของรัฐและเอกชน ในระดับนานาชาติและผู้บริหาร ทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน ซึ่งหลักสูตรนี้จะมีวิชาเอกให้เลือก คือ การเงิน การจัดการและการตลาด

     สำหรับจำนวนนักศึกษา ที่จะรับในรุ่นที่ 2 คาดว่าจะได้ประมาณ 10 -15 คน ซึ่งเชื่อว่า จะมี นักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนร่วมด้วยโดยได้รับการตอบรับจากอินเดีย เวียตนาม จีน อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ แล้ว และจะยังคงเป็นนักศึกษาในกลุ่มเป้าหมายเดิม
      ดร.เชิดพงษ์ กล่าวต่อว่า ด้านโครงสร้างหลักสูตรปริญญาเอกจะคล้ายๆ กับทางด้านอเมริกา คือ เป็นการเรียน แบบคอร์สเวิร์ก หรือเรียนในห้องเรียน ลักษณะการสัมมนานถึง 2 ปี เพื่อสร้างพื้นฐาน ด้านทฤษฏี และด้านบริหารจัดการให้แน่น เพื่อเตรียนมสำหรับทำวิจัยในแต่ละด้าน เนื่องจากมีความเชื่อลึกๆ ว่าการเรียน ลักษณะนี้จะทำให้นักศึกษามีพื้นฐานทฤษฏี ที่แข็งแกร่ง แต่ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้การจะทำสิ่งใดในอนาคตทำได้ลำบาก เพราะบุคคลากร ที่มหาวิทยาลัย ผลิตจะต้อง เป็นบุคลากร ที่มีคุณภาพจริงๆ สามารภไปทำวิจัยที่มีคุณค่าด้วยตัวเองได้

     นอกจากนี้ จะใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี ก่อนนำเสนองานวิทยานิพนธ์ต่อไป ซึ่งมหาวิทยาลัยจะมีอาจารย์ที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาไว้ให้ เพื่อแนะนำการเขียนเปเปอร์ ซึ่งตรงนี้ ถือเป็นจุดเด่นที่มหาวิทยาลัยเน้น เพราะเอแบคต้องการให้นักศึกษาและอาจารย์ได้เกิดความใกล้ชิดกัน และหากมหาวิทยาลัย ไม่มีความพร้อม ในเรื่องของอาจารย์ ที่ดูแลสาขาที่นักศึกษาต้องการทำวิทยานิพนธ์ ก็จะต้องติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยที่มีการร่วมมือกัน อย่างมหาวิทยาลัยที่ออสเตรเลีย เพื่อ ขออาจารย์เข้ามาช่วยในเรื่องนี้ ด้านการปรับปรุงหลักสูตรนั้น ในปีนี้ยังไม่มีการปรับปรุง แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงในบางวิชา ที่เดิมที่ใช้ระบบการวัดผล แบบสอบ ก็เปลี่ยนเป็น ให้นักศึกษาได้ทำวิจัยแทน

     ดร.เชิดพงษ์ กล่าวเสริมว่า สำหรับความต้องการบุคลากรในด้านปริญญาเอกนั้นถือว่ามีกำลังที่สูงขึ้นเนื่องจากปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีจำนวนมากขึ้น ในขณะที่ มหาวิทยาลัยเหล่านี้ ยังขาดแคลนบุคคลากรด้านปริญญาเอกอยู่ ซึ่งการที่มหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรนี้ ขึ้นมาก็เพิ่มช่วยผลิตบุคคลากรให้กับสถาบันเหล่านี้ เพราะหากจะส่งบุคคลากร ไปเรียนที่ต่างประเทศเขาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเรียนในไทยเป็นเท่าตัว ในขณะที่คุณภาพ ที่มหาวิทยาลัย ให้ก็ไม่ได้แตกต่าง จากมหาวิทยาลัย ชั้นนำเหล่านั้น

          ส่วนการแข่งขันในตลาดังกล่าวนั้นถื่อว่าไม่สูงเนื่องจากศักยภาพของแต่ละสถาบัน และกลุ่มเป้าหมายที่จับไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ดี หากจะมีการแข่งขัน ก็ขอให้เป็น การแข่งขัน ในเรื่องของวิชาการและคุณภาพการเรียนการสอน

Assumption University of Thailand - www.au.edu
Bangkok 10240 Thailand Tel. (662) 723-2100-3 / Webmaster