วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10906
"ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์" ยกระดับ "ทรูคอฟฟี่" "ชุมชนใหม่แห่งการเรียนรู้"
คอลัมน์ เฉลียงไอเดีย
โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา jacksurapol@gmail.com
หลังจากผ่านไปเป็นเวลาประมาณ 3 ปี ทรูคอฟฟี่ธุรกิจร้านกาแฟของ กลุ่มบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ภายใต้การควบคุมของ "ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัทลูกในกลุ่มทรู อย่างบริษัท ทรู ไลฟ์สไตล์ รีเทล จำกัด ผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับด้านสื่อสารการตลาดมาอย่างโชกโชน ทั้งจาก บริษัทเอเยนซี่ โฆษณา หรือ แม้แต่ บริษัทรถยนต์ชั้นนำอย่าง มาสด้า
ขณะนี้ได้มาถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ ทรูคอฟฟี่ ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น "ปพนธ์" เล่าถึงจุดเปลี่ยนครั้งนี้ว่า
"แม้จะ มาถึงการ เปลี่ยนแปลงของ ทรูคอฟฟี่ แต่แนวคิด ยังเหมือนเดิม คือเข้ามากินกาแฟ แล้วยังได้ความสนุกสนาน เริ่มจาก ทรู ต้องการ แก้ปัญหาลูกค้า ที่มานั่ง รอจ่ายบิลค่าบริการ โทรศัพท์ ค่ามือถือ ค่าเน็ต ทำให้ลูกค้า รู้สึกเหมือนว่า เป็นลูกหนี้ และ แต่ละเดือน มีลูกค้า ที่ต้องเข้ามาจ่าย ค่าบริการในกลุ่มทรู กว่า 8 ล้านรายการ จึงอยากสร้างอะไรใหม่ให้ลูกค้า เหมือนอย่างเวลาไปโชว์รูมรถยนต์ จะมีพนักงานนำกาแฟมาเสิร์ฟ แต่อย่างเราคงเสิร์ฟไม่ไหวเพราะลูกค้ามาก จะให้ไปชงเองก็ไม่ได้ จึงเป็นที่มาของร้านกาแฟ และอยาก สร้างบรรยากาศ ให้เหมือนบ้าน คือสบายๆ ทุกวันนี้ แนวคิดก็ยังคงเป็นอย่างนี้อยู่
สิ่งสำคัญต้องทำให้มีความชัดเจน จึงต้องทำตามผู้นำตลาดที่มีอยู่แล้ว ผู้นำตลาดร้านกาแฟก็คือ สตาร์บัค ทรูคอฟฟี่ จึงหน้าตา เหมือนสตาร์บัค แต่เขา เป็นแบรนด์นอก เราเป็นแบรนด์ไทย มีคุณภาพบริการ เหมือนกับเบอร์ 1 แต่ราคา ที่เหมาะสม ไม่สูง เหมือนเบอร์ 1 ก็มีโอกาส แข่งขันได้ง่ายกว่า
ขณะนี้ ทรูคอฟฟี่มีทั้งหมด 32 สาขา ปีนี้เราจะขยายของเราเอง 24 แห่ง และปล่อยเป็นแฟรนไชส์อีก 100 แห่ง จะเจาะไป ในแหล่งชุมชน ที่มีคนมาก
ถ้าสังเกตดู จะเห็นว่า สาขาทรูคอฟฟี่ ทั้ง 32 แห่ง ที่มี จะไม่เหมือนกันเลย ทำเลไม่เหมือนกัน ขนาดแตกต่างกัน เพราะต้องการ เรียนรู้ว่า ขนาดไหน จึงจะเหมาะสม ในแต่ละชุมชน ควรจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน
ถ้าย้อน ไปดูตอน เริ่มต้น เคยคิดว่า จะไปซื้อแฟรนไชส์ ร้านกาแฟ มาจากเมืองนอก แต่สุดท้าย ก็ตัดสินใจ ทำกันเอง เพราะต้องการ สร้างแบรนด์ตัวเอง ก็ได้รู้เลย โอ้โห อันนี้ยาก หากาแฟเอง ทำเค้กเอง หาคน มาชงเอง ประสาทเสียเลยตอนนั้น แต่ต้องถือ เป็นการเรียนรู้เรื่อง ที่ดี เพราะต้องบุกป่าฝ่าดง ไปลุยไร่กาแฟ แต่ละแห่ง อย่าง "นาชา" (Nacha) ที่นำของเขา มาขาย ต้องไปถึงที่ ดูว่าไร่เขามีอะไร มาบ้าง เขาปลูกกันยังไง เพื่อจะได้ คัดสรรกาแฟ อย่างดี ให้ลูกค้า จะต้องไปเตะบอล กับพวกชาวเขา ไปคุยกับเขา พวกนี้แหละสอนเราหมดเลย
สำหรับแนวคิด ทรูคอฟฟี่ เมื่อมาถึง จุดนี้ คิด คำขวัญ เอาไว้ว่า ต่อจากนี้ไปจะสร้างบรรยากาศว่า ใครมากินกาแฟทรูคอฟฟี่ "กินแล้ว เป็นคนดี" เป็นแนวคิด สำหรับการทำ แฟรนไชส์ ในปีที่ 3 เป็นต้นไป ส่วนจะเป็นอย่างไร ก็คงต้องรอดูกันต่อไป แต่ได้วางขั้นตอนไว้หมดแล้ว
เชื่อว่า กินแล้วเป็นคนดี คนก็ต้องถามว่า มันยังไงวะ ถ้าไปดูร้านกาแฟของคนไทย ที่มีอยู่หลายแห่งตอนนี้ สร้างขึ้นมาแล้ว ไปไม่ถึงไหน เพราะเขาคิดแค่ ขายกาแฟ แต่อย่างเรา ไม่ได้คิดแค่นั้น คิดว่าเราเป็น โนว์เลท โพรวายเดอร์ (ผู้ให้บริการ เกี่ยวกับการ เรียนรู้) จะต้อง นำสิ่งที่ดี มาให้ลูกค้า ในเมื่อเราเป็นผู้ให้บริการเรื่องการเรียนรู้ ก็เชื่อมโยงมาสู่การเป็นคนดี เพราะการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ดี ก็มีคำถามว่า คนที่มา รับบริการเรา จะเป็นคนดี ได้อย่างไร การทำให้เกิดกลไก ตัวนี้ต้องใช้เวลา เหมือนกับคำว่า คอนเวอร์เจนซ์ หรือการผนึกบริการ ของกลุ่มทรู อันนี้ก็เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น พนักงานทรูคอฟฟี่ที่มีประมาณ 160 คน จากปกติบ้านเรา ถ้าพูดถึงพนักงานขายกาแฟ ก็คงไม่มีอะไรมาก ก็แค่คนชงกาแฟ ชงมากได้เงินมาก ก็เหมือนแค่เซลส์ แต่ในต่างประเทศกลับมองว่าสนุกสนาน เป็นอาชีพที่ดี ก็เลยมามองว่าจะทำยังไงให้ชีวิตพนักงานเหล่านี้อยู่กับเราแล้วสนุก มันเหมือนคัมภีร์ของ สตาร์บัค แต่ในประเทศไทย สตาร์บัค ก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้

เพื่อให้เป็นไปตามแนวคิดการเรียนรู้ ทรูคอฟฟี่ จะเซ็นสัญญากับเอแบค พนักงานที่ทำงานครบ 4 ปี จะได้ปริญญาโท เอ็มบีเอ ทางด้านที่เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกิจการจากเอแบค ทุกวันนี้ผู้บริหารทรูคอฟฟี่ต้องมาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรเหล่านี้ เพราะผู้บริหารของเราหลายคนเป็นอาจารย์ แม้แต่ตัวผมเอง เดือนหน้าก็จะต้องไปเรียนปริญญาเอก ด้านการพัฒนาโครงสร้างเกี่ยวกับองค์กร ที่เอแบค เหมือนกัน เพื่อมารองรับแผนงานนี้ของทรูคอฟฟี่
พนักงานทรูคอฟฟี่จะต้องเรียนรู้ตลอดเวลา พนักงานที่มาทำงานจะต้องเข้าเรียนที่เอแบคอาทิตย์ละวัน วันที่ไม่ได้มาทำงาน เป็น ระยะเวลา 4 ปี ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เขาก็ได้ความรู้ ได้โอกาส ดีกว่าเอาเงินไปให้เขา การดำเนินงานเราทำให้หมด ส่วนค่าใช้จ่ายจะให้พนักงานมีส่วนออกบ้าง เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญ
สำหรับผู้ที่สนใจแฟรนไชส์ ทรูคอฟฟี่ จะมีค่าใช้จ่าย แบ่งเป็นการลงทุนเรื่องของร้านประมาณ 2.5 ล้านบาท ขึ้นกับทำเล และขนาด ส่วนค่าธรรมเนียม ในระยะเวลา 4 ปี คิด 5 แสนบาท และจะต้องทำให้เขาคุ้มค่าการลงทุนภายในเวลา 4 ปี
คุณสมบัติของผู้สมัคร สิ่งสำคัญมากกว่า ความต้องการ ขายกาแฟก็คือ จะต้องเป็น ที่รักในการหาความรู้ และเป็นผู้ให้บริการ ด้านการเรียนรู้ที่ดี ไม่ใช่ อยากมีร้านกาแฟ เพื่อ เอาหน้าตา ทำแค่ว่าได้เป็นเจ้าของ ยี่ห้อนี้ คงไม่ใช่ เพราะเราต้องการให้เขามีส่วนในการช่วยสร้างสรรค์การเรียนรู้
สิ่งที่ผู้ที่เข้ามาลงทุนจะได้ ก็คือ รายได้จากการขายกาแฟ และส่วนแบ่งจากค่าบริการโทรคมนาคม ตอนนี้มีบรรดาลูกเถ้าแก่เจ้าของกิจการหลายคนแสดงความสนใจ เพราะเห็นว่า การได้เรียนปริญญาโท นอกจากได้ประสบการณ์การการทำธุรกิจแล้ว เขามองว่าคุ้มค่ามาก
สิ่งสำคัญอีกข้อก็คือ เรื่องทำเลที่ตั้งจะต้องดี เพราะเราอยากจะทำให้เป็นเหมือนร้านกาแฟแบบละครเรื่องบางรักซอย 9 ทางโมเดิร์นไนน์ ที่ใครๆ ผ่านไปผ่านมาก็ต้องมาแวะ
สิ่งที่ทำทรูคอฟฟี่จะให้เป็นแบบอย่างนั้น จะพยายามให้ทรูคอฟฟี่ไปแทรกอยู่ในชุมชนต่างๆ คนที่เข้าร้านจะได้ใช้บริการที่หลากหลายของทรู เช่น ดูฟุตบอล ดูทรูวิชั่นส์ ดูอะคาเดมี แฟนเทเชีย ได้เล่นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง
วางแนวคิดไว้ว่า จากบางรักซอย 9 อยากให้เป็น ทองหล่อซอย 10
ส่วนของกิน ก็จะมี กาแฟสดพันธุ์ดี จากทุกทวีปทั่วโลก จะคัดมา จากแต่ละทวีป และพนักงาน จะให้ความรู้ เรื่องกาแฟ มาเล่าให้ลูกค้า ฟังว่าแต่ละพันธุ์ มีที่มาอย่างไร มี รสชาต ิยังไง ขนมหรือเค้ก ก็ต้องทำเอง ให้เป็น สไตล์ของเรา เครื่องดื่มนอกจากชา กาแฟ ก็มีน้ำเพื่อสุขภาพ เช่น น้ำ กระเจี๊ยบ น้ำตะไคร้ น้ำมะตูม และกำลังหาไอติมแบบโบราณแบบไทยๆ ที่หากินยาก เช่น รสเผือก รสถั่วดำ เพื่อเน้นความเป็นไทย เป็นสิ่งดีๆ อีกเรื่องที่จะนำเสนอ
นอกจากนี้ยังได้ไปตกลงกับไมโครซอฟท์ เพื่อให้ร้านทรูคอฟฟี่ เป็นแหล่งการออกใบรับรองให้กับองค์กรที่มีการอบรมหลักสูตรต่างๆ อย่างเช่น ด้านกลยุทธ์ การพัฒนา บุคลากรต่างๆ สามารถมา รับใบรับรอง ผ่านบริการ อินเตอร์เน็ตได้ที่ ร้านทรูคอฟฟี่ได้เท่านั้น
สิ่งที่กล่าวมา ทั้งหมด จะเกิดขึ้นในปีนี้ ต้องถือว่า เป็นร้านกาแฟ แห่งแรก ของโลกที่เป็น แบบนี้ ไม่มีร้านกาแฟ ที่ไหนจะให้พนักงาน ได้เรียนถึงปริญญาโท เพราะ ต้องการสร้างชีวิต คนไทยให้ดีขึ้น ทำให้ชีวิตของเขาเป็นไปได้
เป็นไป ตามวิสัยทัศน์ ของผู้บริหาร กลุ่มทรู ที่ต้องการ เพิ่มคุณค่า ให้คนไทย และทำให้ชีวิต เขาเป็นไปได้
|